วัตถุประสงค์และเป้าหมาย

เพื่อยกย่องเชิดชูชุมชนที่มีการดูแลรักษาป่าอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับป่าชุมชนอื่นให้มีการจัดตั้งป่าชุมชนและดูแลให้เกิดความยั่งยืน

การดำเนินกิจกรรม

เฟ้นหาป่าชุมชนที่มีการบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างเป็นระบบ ชุมชนมีส่วนร่วมและมีความเข้มแข็ง พึ่งพิงการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน ตลอดจนการอนุรักษ์พลังงานอย่างรู้คุณค่า เพื่อเป็นต้นแบบในการดูแลป่าชุมชนให้กับป่าชุมชนอื่นต่อไป

รางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน

รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านปง

ป่าชุมชนบ้านปง หมู่ที่ 3 ต.ต้าผามอก อ.ลอง จ.แพร่

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 3,330 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : ขึ้นทะเบียนป่าชุมชนกับกรมป่าไม้ ครั้งแรกเมื่อปี 2554 และขึ้นทะเบียนตาม พรบ.ป่าชุมชน เมื่อปี 2562
  • ความเป็นมา : อดีตได้รับผลกระทบจากการเป็นพื้นที่สัมปทานป่าไม้ ทำให้สภาพป่าเสื่อมโทรม เกิดภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ชาวบ้านจึงดำเนินการขอจัดตั้งป่าชุมชนเมื่อปี 2554 ปัจจุบันป่าชุมชนได้ฟื้นคืนสภาพกลับมามีความอุดมสมบูรณ์
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : ร่วมอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการป่าแบบส่งเสริมการมีส่วนร่วมภายใต้หลัก “บวร” บ้าน-วัด-โรงเรียน
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : ผลผลิตจากป่า เป็นแหล่งอาหาร ยารักษาโรค ไม้ใช้สอย ซึ่งสร้างงาน เพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี ผลผลิตจากป่าที่สำคัญ ได้แก่ เห็ดชนิดต่างๆ ไม้ไผ่ เป็นต้น
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : สร้างฝายชะลอน้ำ และฝายน้ำล้น ในพื้นที่ป่าชุมชนเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งและวางระบบส่งท่อน้ำในดิน เพื่อส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตร ลดการสูญเสียน้ำระหว่างการเดินทาง
  • การใช้ประโยชน์จากป่า :  สนับสนุนชุมชนผลิตไม้ซี่รั้วแทนไม้ตะเกียบ ซึ่งสร้างผลตอบแทนเหมาะสมกว่า รวมถึงส่งเสริมให้ชุมชนปลูกหน่อไม้ในบริเวณบ้านเพื่อบริโภคแทนการขุดหน่อไม้จากป่าไปบริโภค เพื่อลดการรบกวนผืนป่า

รางวัลรองชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนตำบลเจริญสุข

ป่าชุมชนตำบลเจริญสุข หมู่ที่ 1,12,14 ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 3,432 ไร่ 99 ตารางวา
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2554
  • ความเป็นมา : จุดเริ่มต้นของความร่วมมือเกิดจากป้องกันไฟป่าร่วมกันของ 6 ตำบล ที่มีพื้นที่ติดเขาอังคารจาก 3 อำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : สร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน และภาคีเครือข่ายกับป่าชุมชนข้างเคียงในเขตพื้นที่ภูเขาพระอังคาร จำนวน 14 ป่า ในการป้องกัน ดูแล รักษา ป่าชุมชนร่วมกันอย่างเหนียวแน่น
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : ตั้งอยู่ในบริเวณเขตพื้นที่ภูเขาไฟอังคาร เป็นป่าเต็งรังผสมเบญจพรรณ โดยป่าภูเขาไฟอังคาร เป็นป่าต้นกำเนิดของลำห้วยขนาดเล็ก จำนวน 9 ลำห้วย และแหล่งน้ำซับ จำนวน 5 แห่ง
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : มีคณะกรรมการบริหารจัดการป่าชุมชน จำนวน 26 คน แบ่งบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบเป็น 3 ฝ่าย รวมทั้งจัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเยาวชน
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : ผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบจากป่าชุมชน ได้แก่ ผ้าขาวม้าซึ่งย้อมสีจากดินบนเขาอังคาร ให้สีสันสวยงามและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, ไข่เค็มภูอัคนี ใช้ดินโคลนจากภูเขาเป็นวัตถุดิบ และผลผลิตจากป่าอื่นๆ ยังเป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนและชุมชนรอบนอกด้วย
ป่าชุมชนบ้านบางไทร

ป่าชุมชนบ้านบางไทร หมู่ที่ 8 ต.มะมุ อ.กระบุรี จ.ระนอง

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 386 ไร่ 2 งาน 99 ตารางวา
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2561
  • ความเป็นมา : บริเวณดังกล่าวมีต้นไทรขึ้นปกคลุมจำนวนมาก จึงเรียกขานกันว่า บ้านบางไทร อดีตต่อสู้กับนายทุนที่มาบุกรุกป่า เมื่อพลิกฟื้นผืนป่าสำเร็จร่วมกันจัดกิจกรรมพิทักษ์ป่าและลาดตระเวนป่าชุมชน
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : สนับสนุนการสร้างสุขอนามัยที่ดีให้แก่คนในชุมชน พึ่งพิงวิถีธรรมชาติ เช่น บริโภคพืชปลอดสารพิษจากในชุมชน, พืชสมุนไพร
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าดิบชื้นมีพืชพรรณไม้หลากหลายชนิด ทั้งพืชอาหารและสมุนไพร และเป็นแหล่งต้นน้ำหลักของชุมชน
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : ความร่วมมือร่วมใจในการอนุรักษ์ป่าชุมชน ก่อให้เกิดวิสาหกิจชุมชนต่างๆ เช่น กะหล่ำปลีปลอดสารพิษ, สปาสุ่มไก่จากสมุนไพรพื้นบ้าน, โฮมสเตย์ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ, วิสาหกิจหมูหลุม จำหน่ายหมูและผลิตปุ๋ยและดินอเนกประสงค์จากมูลหมู เพื่อเพิ่มรายได้ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : ชุมชนได้รับประโยชน์จากแหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็ก ซึ่งเป็นผลจากฝายชะลอน้ำ และน้ำที่ไหลลงจากพื้นที่ป่าชุมชน ใช้ในการอุปโภค บริโภค การเกษตร ผลผลิตจากป่าที่สำคัญ ได้แก่ พืชผักบริโภคในครัวเรือนและสนับสนุนวิสาหกิจโฮมเตย์ พืชสมุนไพรพัฒนาต่อยอดทำตู้อบสมุนไพรให้บริการกับผู้มาเยี่ยมเยียน
ป่าชุมชนบ้านปางสัก

ป่าชุมชนบ้านปางสัก หมู่ที่ 12 ต.แม่เปิน อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 934 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2544
  • ความเป็นมา : ชื่อปางสักมาจากเดิมพื้นที่แห่งนี้ไม้สักขึ้นอยู่หนาแน่น และถูกสัมปทานป่าไม้ก่อนการฟื้นฟูผืนป่า
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : เป็นหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง มีต้นยางนายืนต้นขนาดใหญ่เป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า มีลำห้วยสาขาของคลองโพธิ์ที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีไหลผ่านกลางหมู่บ้าน
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : มีคณะกรรมการบริหารจัดการป่าชุมชนแบ่งความรับผิดชอบเป็น 6 ฝ่าย ร่วมจัดชุดลาดตระเวน จัดทำแนวกันไฟรอบพื้นที่ป่า และจัดทำระบบประปาภูเขา สร้างฝายชะลอน้ำร่วมกับสำนักสงฆ์วัดปางสักและนักเรียน
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : อึ่งเพ้า, อึ่งปากขวด หรืออึ่งโกก เป็นแหล่งอาหารชุมชน ช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน และมีการเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าหาของป่า 20 บาท แก่หน่วยงานภายนอกที่เข้ามาใช้สอยประโยชน์จากป่า ค่าธรรมเนียมจะนำมาใช้บริหารจัดการป่า เช่น การลาดตระเวนป่า ค่ายานพาหนะ

รางวัลชนะเลิศ ป่าชุมชนดีเด่น : ป่าชุมชน รักษ์น้ำ รักษ์ป่า พัฒนาชีวิต

ป่าชุมชนบ้านกุดหมากไฟ

ป่าชุมชนบ้านกุดหมากไฟ หมู่ที่ 6 ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 500 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2558
  • ความเป็นมา : อดีตได้รับผลกระทบจากการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามเวียดนาม ทำให้ป่าเสื่อมโทรม จึงร่วมกันดูแลผืนป่า และเข้าร่วมการจัดตั้งป่าชุมชนเพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและใช้ประโยชน์
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : ยึดมั่นในหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีวัดเป็นศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจ และมีกลุ่มเครือข่ายในชุมชน 15 กลุ่ม ครอบคลุมด้านวัฒนธรรม สังคมและเศรษฐกิจ   
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ากำเนิดเป็นแหล่งต้นน้ำหลักของลำห้วยน้อยใหญ่ไหลรวมสู่เขื่อนห้วยหลวง ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อผลิตประปาจังหวัดอุดรธานี
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : มีแผนจัดการป่า 5 ด้าน คือ อนุรักษ์, ฟื้นฟูปลูกเสริม, พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว, ควบคุมดูแล และการใช้ประโยชน์ มีเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเชื่อมโยงกับป่าชุมชน จำนวน 15 กลุ่ม  นอกจากนี้ยังบริหารจัดการน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำ (ประชาชนในชุมชนตำบลกุดหมากไฟ) กลางน้ำ (ประชาชนในอำเภอหนองวัวซอ และอำเภอใกล้เคียง) สู่ปลายน้ำ (ประชาชนในจังหวัดอุดรธานี) เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนในจังหวัดอุดรธานี
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : การดูแลรักษาป่าชุมชนเพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำและสนับสนุนภาคการเกษตร ทำให้สามารถเพาะปลูกมะม่วงสีทองนอกฤดูและกล้วยหอมสีทองจำหน่ายทั่วประเทศ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

รองชนะเลิศ ป่าชุมชนด้าน : ป่าชุมชน รักษ์น้ำ รักษ์ป่า พัฒนาชีวิต

ป่าชุมชนบ้านวังไทร

ป่าชุมชนบ้านวังไทร (บ้านถ้ำพระหอ) หมู่ที่ 6 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 295 ไร่ 81 ตารางวา
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2562
  • ความเป็นมา : เดิมชุมชนใช้สอยประโยชน์จากป่าอย่างขาดการดูแล ต่อมาเมื่อจดทะเบียนจัดตั้งป่าชุมชน จึงพร้อมใจกันอนุรักษ์ ฟื้นฟูอย่างยั่งยืนจวบจนปัจจุบัน
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : แบ่งพื้นที่การใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนเป็น 2 ส่วน คือ พื้นที่ป่าใช้สอย 40% และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 60%
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นต้นน้ำของแม่น้ำตรังและห้วยน้ำหลายสาขาที่หล่อเลี้ยงผู้คนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : ชุมชนเป็นพันธมิตรร่วมกับภาครัฐในการบริหารจัดการน้ำ เช่น เครือข่ายชุมชนเตือนภัยเพื่อนพึ่ง(ภา) ตำบลถ้ำใหญ่และตำบลที่วัง อำเภอทุ่งสง เฝ้าระวังเตือนภัยพิบัติน้ำ และร่วมกับกลุ่มบริหารจัดน้ำชุมชนทุ่งสง รับผิดชอบพื้นที่ตำบลถ้ำใหญ่และตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง ร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดทำถังเก็บน้ำสำรอง ระบบน้ำหยด ในแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : ผลผลิตจากป่าเป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้เสริมให้กับคนในชุมชน เช่น น้ำผึ้งป่า ลูกชก
ป่าชุมชนห้วยโป่งใหม่

ป่าชุมชนห้วยโป่งใหม่ หมู่ที่ 19 ต.ต้า อ.ขุนตาล จ.เชียงราย

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 1,146 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2562
  • ความเป็นมา : อดีตมีการบุกรุกทำไร่ข้าวโพด ต่อมาชุมชนจึงรวมตัวกันฟื้นฟูผืนป่าและขอจัดตั้งป่าชุมชน
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : การจัดการพื้นที่มีการจัดแบ่งสัดส่วนพื้นที่อย่างชัดเจน โดยแบ่งตามการใช้ประโยชน์เป็น 3 ส่วน คือ ป่าอนุรักษ์ ป่าใช้ประโยชน์ และพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งสนับสนุนกิจกรรม “ยกป่ามาไว้ในบ้าน” ปลูกพืชสวนครัว ไม้ผลกินได้ ไม้ใช้สอย ไว้ในบริเวณบ้านเพื่อลดการรบกวนป่า
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : ความอุดมสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำ ทำให้ชุมชนมีน้ำใช้สำหรับอุปโภค บริโภคและการเกษตรตลอดทั้งปี
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : นำประเพณีบวชป่าและเลี้ยงผีขุนน้ำห้วยโป่ง เป็นกุศโลบายในการรักษาป่าของชุมชน นอกจากนี้ยังสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน โดยการเชื่อโยงเครือข่าย บ้าน วัด โรงเรียน และจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์น้ำเพื่อชุมชน และกลุ่มเยาวชนเพื่อร่วมดูแลรักษาป่าชุมชน
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : มีผลผลิตจากป่าชุมชนสำหรับบริโภคตลอดทั้งปี เช่น เม.ย-มิ.ย. มีเห็ด หน่อไม้ มะไฟ ผักกูด มิ.ย-ส.ค. มีกบ เขียด บุก บอน เป็นต้น ประโยชน์ทางอ้อม มีน้ำใช้ใช้สำหรับทำการเกษตรและอุปโภค บริโภคในครัวเรือนได้ตลอดทั้งปี และช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านปี้

ป่าชุมชนบ้านปี้ หมู่ที่ 1,10 ตำบลเวียง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 945-0-0 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2549
  • ความเป็นมา : เคยเป็นป่าเสื่อมโทรมชุมชนได้ช่วยกันอนุรักษ์และฟื้นฟูจนสภาพป่ากลับมาเหมือนเดิม
  • สภาพป่า : เป็นป่าเต็ง รัง ผสมป่าเบญจพรรณ
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : ใช้แนวคิดวิถีพอเพียงมาเป็นแนวคิดหลัก ในการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรในพื้นที่ โดยมองว่า “ป่าพึงคน คนพึ่งป่า” ไม่สามารถแยกป่าออกจากวิถีชีวิตของคนในชุมชนได้
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : อุดมไปด้วยพันธุ์ไม้ป่าหลากหลายชนิด ได้แก่ เต็ง รัง เหียง พลวง พืชผักเกินได้ สมุนไพร
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน มีคณะกรรมการป่าชุมชนที่เข้มแข็ง มีกฎระเบียบอย่างชัดเจน และมีหน่วยงานจากภายนอกเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำ
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : ได้น้ำจากป่ามาทำการเกษตร การเก็บหาของป่า เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ มีรายได้จากการขายน้ำพึงป่ามาจัดตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการให้กับชุมชน

รางวัลรองชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านดอนโจร

ป่าชุมชนบ้านดอนโจร หมู่ที่ 4 ตำบลลำไทรโยง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 2,883-3-38 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2548
  • ความเป็นมา : เป็นป่าเสื่อมโทรมมาก่อน ปี 2532 ชุมชนได้รวมกลุ่มฟื้นฟูสภาพป่า
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : ใช้หลักการเกื้อกูล และพึ่งพาระหว่าคนกับป่า ให้สอดคล้องกับกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน และการดำรงอยู่ของป่าอย่างยั่งยืน
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า :เป็นป่าเต็งรัง พันธุ์ไม้สำคัญ เช่น ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้มะค่าแต้ ไม้พลวง สมุนไพรหลากหลายชนิด และมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ ได้แก่ สุนัขจิ้งจอก กระต่ายป่า ไก่ป่า ชะมด พังพอน กระแต นกชนิดต่างๆ เป็นต้น
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : มีคณะกรรมการป่าชุมชน โดยจัดแบ่งบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจนมีหน่วยงานในพื้นที่เป็นคณะที่ปรึกษา มีกฎระเบียบของป่าอย่างชัดเจน และมีเครือข่ายในระดับจังหวัด
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : คนชุมชนได้เข้าไปเก็บหาของป่า เช่น ไม้ใช้สอย เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้ม เห็ด พืชผัก พืชสมุนไพรเพื่อการบริโภคหรือนำผลิตผลมาสร้างรายได้
ป่าชุมชนบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา

ป่าชุมชนบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 หมู่ที่ 13 ตำบลสุคิริน อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 4,700-0-0 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2552
  • ความเป็นมา : พื้นที่ป่าชุมชนเคยเป็นสถานที่ตั้งของกองกำลังพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา กรม 10 ซึ่งต่อมาในปี 2532 ได้สลายกองกำลังเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย กองทัพภาคที่ 4 ได้จัดตั้งหมู่บ้านเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย และให้ชื่อหมู่บ้านว่า รัตนกิตติ 4 ต่อมาได้เข้าร่วมโครงการกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และได้พระราชชื่อใหม่ว่า หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : ใช้หลักการรักษาความสัมพันธ์ในวิถีชีวิตระหว่างคนกับป่ามาสร้างจิตสำนึกร่วมของคนในชุมชน ในการช่วยกันดูแลรักษาป่า
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าดิบชื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก และเป็นป่าต้นน้ำสายบุรี มีทรัพยากรที่หลากหลาย มีพืชสมุนไพรหลายชนิด มีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ให้ความชุ่มชื้นแก่ป่าตลอดทั้งปี
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : มีคณะกรรมป่าชุมชนที่เข้มแข็ง มีกฎระเบียบที่ชัดเจน มีหน่วยงานจากภายนอกมาให้คำแนะนำ คนในชุมชนมีส่วนร่วม
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : การเก็บหาของป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาทางธรรมชาติ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ป่าชุมชนตำบลเนินพระ

ป่าชุมชนตำบลเนินพระ หมู่ที่ 2 ตำบลเนินพระอำเภอเมือง จังหวัดระยอง

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 118-0-91 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2555
  • ความเป็นมา : เกิดจากการรวมตัวกันของคนที่มีจิตสำนึกรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : ใช้หลักการบริหารจัดการป่าในเมือง
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : ผสมผสานด้วยพรรณไม้หลากหลายชนิด พันธุ์ไม้ที่โดดเด่น เช่น ยางนา ชะมวง ผักหวานป่า และพันธ์ไม้ป่าต่างๆมากกว่า 50 ชนิด
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน หน่วยงานในพื้นที่ มีกฎระเบียบที่ชัดเจน และมีคณะกรรมการป่าชุมชนที่เข้มแข็ง
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : การเก็บหาของป่าเพื่อนำมาบริโภค และจำหน่ายสร้างรายได้ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นสถานที่ออกกำลังกายของคนในชุมชน

รางวัลชนะเลิศ ป่าชุมชนดีเด่น : สืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อความสุขปวงประชา

ป่าชุมชนบ้านแม่ขมิงหมู่ที่

ป่าชุมชนบ้านแม่ขมิงหมู่ที่ 2 ตำบลสรอย อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 389-0-0 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2547
  • สภาพพื้นที่ป่า : สภาพป่าเคยเป็นป่าโปร่ง ปัจจุบันกลับกลายเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร เป็นแหล่งอาหารจากป่าตามฤดูกาลให้กับคนในชุมชน พันธุ์ไม้เด่นที่พบ ได้แก่ สัก ประดู่ แดง มะค่าโมง ตะแบก ยมหิน ไผ่ซาง ไผ่ไร่ เป็นต้น
  • การน้อมนำแนวพระราชดำริ : ความโดดเด่นของป่าชุมชนแห่งนี้ คือ การเชื่อมโยงการบริหารจัดการป่าและน้ำอย่างเป็นระบบจนได้รับการยอมรับให้เป็นต้นแบบ “แพร่โมเดล” เริ่มตั้งแต่การจัดการป่าซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ เมื่อป่าสร้างน้ำก็กักเก็บน้ำไว้ เมื่อน้ำที่กักเก็บไว้มีปริมาณที่มากพอก็นำไปใช้ประโยชน์ให้กับชุมชนได้อย่างคุ้มค่า และนำน้ำคงเหลือจากการใช้ประโยชน์กลับมากักเก็บเพื่อใช้ประโยชน์ในครั้งต่อไป เป็นการหมุนเวียนการใช้น้ำได้หลายรอบ
  • การสืบสาน รักษาและต่อยอด แนวพระราชดำริ : รักษาเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ใช้ประโยชน์จากผลผลิตจากป่าชุมชน เชื่อมร้อยเครือข่ายป่าชุมชน ประสานขอความร่วมมือภาคส่วนต่างๆ ปลูกฝังเยาวชนรุ่นต่อไป เป็นต้นแบบและแหล่งเรียนรู้แก่ผู้สนใจ

รองชนะเลิศ ป่าชุมชนด้าน : สืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อความสุขปวงประชา

ป่าชุมชนบ้านต้นตาล

ป่าชุมชนบ้านต้นตาล หมู่ที่ 2 ตำบลจอเบาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 173-2-0 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2558
  • สภาพพื้นที่ป่า : ในอดีตป่ามีความสมบูรณ์เคยเป็นที่อาศัยของนกเงือกมาก่อน มีลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มมีภูเขาด้านเดียว
  • การน้อมนำแนวพระราชดำริ : สร้างฝายชะลอน้ำ และทำธนาคารน้ำใต้ดิน
  • การสืบสาน รักษาและต่อยอด แนวพระราชดำริ : การนำผลผลิตจากป่ามาทำการแปรรูป มีการถ่ายทอดความรู้และสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชนเข้ามา มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าชุมชนของตน
ป่าชุมชนบ้านหนองวัวดำ

ป่าชุมชนบ้านหนองวัวดำ หมู่ที่ 11 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 400 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2544
  • สภาพพื้นที่ป่า : ในอดีตเคยเสื่อมโทรม มีลักษณะเป็นเป็นเขาหัวโล้น ปัจจุบันเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีพรรณไม้มากกว่า 100 ชนิด ประกอบด้วย ไม้เต็ง ไม้รัง ไผ่ พืชผัก และพืชสมุนไพร
  • การน้อมนำแนวพระราชดำริ : เน้นปลูกป่าในใจคน โดยให้ทุกคนมีความตระหนักเพื่อใช้หัวใจเข้ามาช่วยกันอนุรักษ์ และฟื้นฟูสภาพป่า ด้วยหลักการให้ธรรมชาติสร้างขึ้นเอง
  • การสืบสาน รักษาและต่อยอด แนวพระราชดำริ : การสร้างเครือข่ายกับชุมชนใกล้เคียงเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่า และใช้ประโยชน์จากป่า
ป่าชุมชนบ้านบุ่ง

ป่าชุมชนบ้านบุ่ง หมูที่ 6 ตำบลนาแห้ว อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 1,546-1-32 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2558
  • สภาพพื้นที่ป่า : มีลักษณะพื้นที่ผสมผสานทั้งที่ราบเนินระดับต่ำ เนินเขาระดับสูงปานกลางจนถึงเนินเขาสูง สภาพป่า เป็น ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรังและป่าดิบผสมตามลักษณะภูมิประเทศอย่างสวยงาม มีพันธุ์ไม้สำคัญขึ้นกระจายทั่วทั้งพื้นที่ป่า ได้แก่ ไม้ประดู่ ไม้มะค่า ไม้แดง ไม้ตะคียน ไม้ยางไม้เต็ง ไม้รัง เป็นต้น
  • การน้อมนำแนวพระราชดำริ : ใช้ทฤษฎีป่าเปียก เพื่อสร้างความชุ่มชื้น และความอุดมสมบูรณ์ให้กับป่า การปลูกไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
  • การสืบสาน รักษาและต่อยอด แนวพระราชดำริ : การแปรรูปผลผลิตจากป่า การพัฒนาป่าชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการเชื่อมเครือข่ายกับชุมชนใกล้เคียง และจังหวัดเพื่อขยายผลการดูแลรักษาป่า

รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านเหล่าเหนือ

ป่าชุมชนบ้านเหล่าเหนือ หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านกลาง อำเภอสอง จังหวัดแพร่

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 2,720 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2544
  • ความเป็นมา : นายทุนและผู้มีอิทธิพลเข้ามาบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า ทำให้ป่าเกิดสภาพเสื่อมโทรม แห้งแล้ง ในปี 2534 ผู้นำชุมชนได้หารือคณะกรรมการหมู่บ้าน เพื่อหาแนวทางรักษาพื้นที่ป่า
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : ป่าไม้ที่ถูกโค่นทำลายได้รับการพลิกฟื้นด้วยมาตรการ “ปิดป่า” โดยห้ามไม่ให้ผู้ใดหาประโยชน์จากป่าทุกรูปแบบ เป็นเวลา 3 ปี ทำให้ป่าคืนความอุดมสมบูรณ์ขึ้นอีกครั้ง จนกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการน้ำที่เป็นแบบอย่างของมูลนิธิอุทกพัฒน์
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าเบญจพรรณ แบ่งเป็นป่าไม้ใช้สอย และป่าอนุรักษ์ เป็นแหล่งอาหารเช่น ผักหวาน เห็ดต่างๆ หน่อไม้ มะไฟ อาหารจากแหล่งน้ำ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา รวมทั้งเป็นแหล่งไม้ใช้สอย และแหล่งผลิตพืชสมุนไพรที่มีความหลากหลาย
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : คนในชุมชนมีการร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง แสดงออกถึงความสามัคคีในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อย่างเป็นรูปธรรม มีการเก็บข้อมูลด้านการอนุรักษ์ เพื่อจัดทำปฏิทินความหลากหลายทางชีวภาพของป่าชุมชน
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : ช่วยลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ในครัวเรือนจากการหาของป่าเพื่อบริโภค มีแหล่งต้นน้ำจนสามารถพัฒนาเป็นระบบประปาภูเขา หล่อเลี้ยงวิถีอาชีพทางการเกษตร

รางวัลรองชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนตำบลสหกรณ์นิคม

ป่าชุมชนตำบลสหกรณ์นิคม ตำบลสหกรณ์นิคม อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 1,865 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2557
  • ความเป็นมา : อดีตป่าชุมชนตำบลสหกรณ์นิคมเป็นพื้นที่สัมปทานเหมืองแร่ เมื่อสิ้นสุดสัมปทาน ชุมชนได้ร่วมกันดูแลรักษาพื้นที่ป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : เรียนรู้ที่จะนำเทคโนโลยี ภูมิปัญญา หรือแนวคิดใหม่ๆ เข้ามาพัฒนาป่าชุมชน เช่น การรักษาหน้าดินด้วยหญ้าแฝก และใช้สอยผลิตผลจากป่าชุมชนอย่างคุ้มค่าและพอเพียง
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบชื้น บริเวณภูเขาเป็นป่าไผ่ มีลำห้วยหลายสาขาเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำแควน้อยให้คงความสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารและต้นน้ำของชุมชน
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : ชุมชนมีความตั้งใจ มีความเข้มแข็ง ร่วมมือกันคอยเฝ้าระวัง ป้องกันรักษาป่า และเข้าร่วมเป็นกำลังสำคัญของเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดกาญจนบุรีที่เข้มแข็ง ร่วมแบ่งปันประสบการณ์กับป่าชุมชนอื่นๆ
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : ชุมชนมีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคและบริโภคอย่างพอเพียง สามารถเพิ่มผลผลิตจากการทำสวนผลไม้ อีกทั้งมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติและอุโมงค์เหมืองแร่ซึ่งหมดสัมปทานแล้วที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชน
ป่าชุมชนบ้านเขาวัง

ป่าชุมชนบ้านเขาวัง หมู่ที่ 12 ตำบลหินตก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 702-0-60 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2554
  • ความเป็นมา : ป่าชุมชนได้รับผลกระทบจากการขยายที่ทำกินของประชากรที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้ช่วงฤดูแล้ง น้ำในลำห้วยลำคลองแห้งขอด ช่วงฤดูฝน หน้าดินชะล้าง ดินเลื่อน ดินถล่ม แหล่งน้ำปนเปื้อนสารพิษ เกิดการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืช
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : ชุมชนรวมตัวกันเป็น “กลุ่มอนุรักษ์บ้านเขาวัง” ปรับเปลี่ยนวิธีการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในชุมชน ส่งเสริมการทำการเกษตรแบบผสมผสานในรูป “สวนสมรม” ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคใต้ ไม่ทำลายพืชดั้งเดิมที่มีอยู่ ทำให้พืชได้พึ่งพาอาศัยกันเองตามธรรมชาติ
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : ป่าดิบชื้นที่มีพรรณไม้หลากหลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นไม้วงศ์ยาง-ตะเคียน สัตว์ที่มักพบในป่า เช่น เม่น เลียงผา ลิง ชะนี ชะมด กระรอก นางอาย หมีขอ เป็นต้น
  • ความเข้มแข็งของชุมชน :ชาวบ้านร่วมมือฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมอีกครั้ง และสามารถเก็บรักษาไม้ขนาดใหญ่ไว้ในป่าชุมชน โดยมีต้นลำแพน ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นรุกขมรดกของแผ่นดินใต้ร่มพระบารมีเป็นหลักฐานการอนุรักษ์ผืนป่า
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : เป็นป่าชุมชนต้นน้ำที่อยู่ใจกลางหุบเขา จึงมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน โดยมีจุดชมวิวที่สวยงาม และเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีถ้ำประวัติศาสตร์ของชุมชนอยู่ในเส้นทางดังกล่าว
ป่าชุมชนบ้านปากหมัน

ป่าชุมชนบ้านปากหมัน หมู่ที่ 4 ตำบลปากหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 1,997-1-60 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2558
  • ความเป็นมา : บ้านปากหมัน มีอายุราว 189 ปี โดย “ปากหมัน” หมายถึง หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บริเวณที่แม่น้ำหมันไหลมาบรรจบกับแม่น้ำเหือง บ้านปากหมันได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง เมื่อปี 2526
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : สร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชนให้รักและหวงแหนป่าชุมชนของตนเอง ลดการพึ่งพิงการใช้ไม้จากป่า และเดินตามแนวทางศาสตร์พระราชา คือ “การระเบิดจากข้างใน” และ“ปลูกป่าในใจคน” โดยร่วมกันดูแลรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ไว้ให้อนุชนรุ่นหลัง
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าเต็งรัง แบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนป่าอนุรักษ์ โซนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และโซนแหล่งอาหาร และเป็นแหล่งอาหารให้ชุมชน เช่น พืชผักป่า หน่อไม้ เห็ด รวมทั้งเป็นแหล่งยารักษาโรค จากสมุนไพรในป่าชุมชน เช่น กำลังช้างสารหรือช้างน้าว ดอกสะแล่งหอมไก๋
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : ชุมชนมีการแสดงออกอย่างเข้มแข็งถึงการมีส่วนร่วมดูแลรักษาป่าระหว่างเครือข่ายป่าชุมชนในอำเภอด่านซ้าย มีการนำเยาวชนเข้าศึกษาธรรมชาติในป่าชุมชน เพื่อปลูกจิตสำนึกในการดูแลรักษาป่าอย่างยั่งยืน
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : ชุมชนพึ่งพิงป่าชุมชนเป็นแหล่งอาหารและเป็นแหล่งยารักษาโรค มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าชุมชน โดยนำนักท่องเที่ยวขึ้นรถอีแต๋นขึ้นไปชมทัศนียภาพบนภูอีเลิศ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มีความสวยงามของป่าชุมชนบ้านปากหมัน

รางวัลชนะเลิศ ป่าชุมชนดีเด่น : การจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ป่าชุมชนบ้านภูเขาแก้ว

ป่าชุมชนบ้านภูเขาแก้ว หมู่ที่ 8 ตำบลเชียงเคี่ยน อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 731 - 0 – 32 ไร่
  • ความเป็นมา : ป่าเคยถูกบุกรุกทำลายจากการสัมปทานไม้ในอดีตและการขยายพื้นที่ทำการเกษตร ทำให้ป่าเสื่อมโทรม เกิดความแห้งแล้งแก่ชุมชน เมื่อหมดสัญญาสัมปทาน ชุมชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ จึงรวมใจกันพลิกฟื้นคืนผืนป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์
  • สภาพพื้นที่ป่า : ป่าเบญจพรรณผสมเต็งรัง ในพื้นที่ป่ามีความหลากหลายทางธรรมชาติ
  • การดำเนินกิจกรรมในป่าชุมชน : ชุมชนมีข้อตกลงในการแบ่งพื้นที่ป่าชุมชนเป็น 2 ประเภท ได้แก่ พื้นที่ป่าชุมชนเพื่อการใช้สอย และพื้นที่ป่าชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ มีการกำหนดกติกาในการเข้าใช้ประโยชน์จากป่าชุมชน รวมทั้งข้อห้ามและช่วงเวลาในการเก็บหาของป่า
  • ผลสำเร็จจากการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน: ป่าชุมชนเปรียบเสมือนซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ชุมชนสามารถเข้ามาหาอาหารไว้บริโภคในครัวเรือนได้ และเป็นคลังยาของชุมชนจากการที่มีสมุนไพรหลายชนิด ลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาความยากจนของชุมชน
ป่าชุมชนบ้านบนควน

ป่าชุมชนบ้านบนควน หมู่ที่ 6 ตำบลเขาพระ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา

  • พื้นที่ป่าชุมชน :1,460 ไร่
  • ความเป็นมา : เดิมป่าชุมชนบ้านบนควนเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกเข้ามาตัดต้นไม้เพื่อสร้างสะพาน หลังสิ้นสุดสงครามมีการตั้งโรงเลื่อยไม้ และมีราษฎรเข้ามาบุกรุกพื้นที่ทำกิน ทำให้ป่าเสื่อมโทรม ในปี 2534 ชุมชนได้จัดตั้ง ‘เครือข่ายอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำเขาพระ’ เพื่อช่วยกันฟื้นฟูผืนป่าให้อุดมสมบูรณ์ดังเดิม
  • สภาพพื้นที่ป่า : ป่าธรรมชาติซึ่งเป็นไม้รุ่นสองที่เกิดจากตอไม้และลูกไม้เดิมที่เหลืออยู่ในพื้นที่และป่าปลูกโดยมีการแบ่งพื้นที่ในการจัดการป่า ออกเป็น 2 ชั้น คือ ป่าชั้นนอก (ป่าสองฝั่งคลอง) เพื่อการใช้สอย และป่าชั้นใน เรียกว่า ป่าอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ
  • การดำเนินกิจกรรมในป่าชุมชน : บริหารจัดการป่าชุมชนด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จัดตั้งกลุ่มอาชีพต่างๆ ขึ้นในหมู่บ้านโดยนำวัตถุดิบในป่า จัดการความหลากหลายทางชีวภาพบนหลักการ ‘ร่วมกันคิดและแยกกันทำ’
  • ผลสำเร็จจากการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน: ป่าชุมชนเป็นแหล่งต้นน้ำ รักษาสภาพแวดล้อมของชุมชน เป็นห้องเรียน แหล่งศึกษาธรรมชาติ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า แหล่งอาหารและแหล่งไม้ใช้สอยในครัวเรือน พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของชุมชนและเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน
ป่าชุมชนบ้านยางงอย

ป่าชุมชนบ้านยางงอย หมู่ที่ 3 และ หมู่ที่ 10 ตำบลศรีสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 2,056 ไร่
  • ความเป็นมา : ในอดีตมีต้นยางนา ต้นยางแดงขนาดใหญ่ ขึ้นอยู่ตามแนวตลิ่งฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้ของแม่น้ำสงคราม จึงตั้งชื่อว่า บ้านยางงอย (คำว่างอย เป็นภาษาพื้นบ้าน แปลว่า อยู่ชิดหรือติดขอบมากๆ) บ้านยางงอย จึงหมายถึง บ้านที่มีต้นยางอยู่ติดตลิ่ง ชาวบ้านบางส่วนเป็นชนเผ่าญ้อ ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐาน ณ บริเวณดังกล่าวนี้
  • สภาพพื้นที่ป่า : ป่าที่ชาวบ้านร่วมใจกันอนุรักษ์มีถึง 8 แปลง ที่ไม่ได้ติดต่อเป็นผืนเดียวกันและเป็นประเภทป่าที่แตกต่างหลากหลายตามภูมิประเทศ
  • การดำเนินกิจกรรมในป่าชุมชน : จัดทำฝายชะลอน้ำ ในลำห้วยต่างๆ ในป่าชุมชน จัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมในชุมชน อาทิ การร่วมกันปลูกป่าทดแทน กิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าไม้ให้แก่เยาวชน และเก็บต้นกล้าในป่าชุมชนมาขยายพันธุ์เพื่อนำมาปลูกฟื้นฟูป่าชุมชน
  • ผลสำเร็จจากการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน: เป็นแหล่งอาหาร แหล่งไม้ใช้สอยและคลังยาสมุนไพรของชุมชน ที่ใช้บริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายสร้างรายได้ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ อนุบาลสัตว์น้ำ ช่วยคงความหลากหลายทางชีวภาพให้ป่าชุมชน และเอื้อต่อการทำประมงน้ำจืด
ป่าชุมชนบ้านหนองบัว

ป่าชุมชนบ้านหนองบัว หมู่ที่ 1 ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 162 ไร่
  • ความเป็นมา : ก่อนการจัดตั้งป่าชุมชน ป่าแห่งนี้ขาดความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพ แต่เมื่อจัดตั้งเป็นป่าชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูผืนป่า และตั้งข้อกำหนดการใช้สอยผลผลิตจากป่าอย่างคุ้มค่า จึงมีความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มขึ้นจากเดิม
  • สภาพพื้นที่ป่า : ป่าเบญจพรรณ พันธุ์ไม้สำคัญ ได้แก่ ประดู่ป่า มะค่าโมง ตะคร้ำ เสลา ขี้หนอน ไผ่ป่า ไผ่รวก สัตว์ป่าที่พบ เช่น กระรอก กระแต ไก่ป่า หมูป่า นกชนิดต่างๆ อาหารป่าที่พบ ได้แก่ ผึ้ง ผักหวาน หน่อไม้ เห็ดโคน
  • การดำเนินกิจกรรมในป่าชุมชน : ชาวบ้านมีการลาดตระเวนป่ากันอย่างต่อเนื่อง ทำแนวกันไฟ เพื่อป้องกันไฟป่า ปลูกป่าในวันสำคัญต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ต่างๆ และฝึกอบรมเพิ่มพูนความรู้ให้แก่คณะกรรมการและราษฎรในชุมชนในเรื่องการดูแลป่าไม้
  • ผลสำเร็จจากการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน: ราษฎรในหมู่บ้านเกิดความรักและหวงแหนป่าชุมชน เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งสัตว์ป่าและพันธุ์พืชในป่าชุมชน เป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ช่วยลดรายจ่ายเพิ่ม รายได้ให้กับชุมชน

รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านทุ่งหยีเพ็ง

ป่าชุมชนบ้านทุ่งหยีเพ็ง หมู่ที่ 4 ตำบลศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 1,955 ไร่
  • ความเป็นมา : ในอดีตราษฎรบ้านทุ่งหยีเพ็งประกอบอาชีพตัดไม้และเผาถ่าน เมื่อหมดยุคสัมปทานป่าชายเลน ชาวบ้านหันมาฟื้นฟูและพึ่งพาป่าแบบยั่งยืน ปัจจุบันเป็นป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : ชุมชนรักษาวิถีอยู่ร่วมกับธรรมชาติ มีการจัดตั้ง “กลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” เป็นแกนหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชนควบคู่กับการอนุรักษ์ป่าชายเลน พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศครบวงจร
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นที่อาศัยของสัตว์ต่างๆ เช่น ลิง นก ปู ปลา แหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำที่มาวางไข่ และเป็นเกราะปราการปกป้องชุมชนให้รอดพ้นจากภัยสึนามิ
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : มีการอนุรักษ์และบริหารจัดการป่าโดยใช้ประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืน มีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดการใช้พลังงาน และจัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : สร้างรายได้เสริมให้กับชุมชน โดยรวมกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สนับสนุนให้ชุมชนจัดทำโฮมสเตย์ เพื่อสร้างรายได้เสริมและรักษาคนในพื้นที่ ลดปัญหาการอพยพแรงงานไปทำงานที่อื่น

รางวัลรองชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนป่าชุมชนบ้านท่ามะขาม

ป่าชุมชนป่าชุมชนบ้านท่ามะขาม หมู่ที่ 2 ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 6,044 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2557
  • ความเป็นมา : พระอาจารย์บุญเลิศได้เข้ามาธุดงค์ในพื้นที่ และพบว่าป่ากำลังถูกทำลาย ชาวบ้านมีหนี้สินเพิ่มขึ้นเนื่องจากทำการเกษตรไม่ได้ผล จึงได้รวมตัวกันจัดตั้ง “กลุ่มรักษ์ป่าตะนาวศรี” ปัจจุบันเป็นป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังที่สมบูรณ์
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : สืบสานประเพณีดั้งเดิมของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ควบคู่กับการอนุรักษ์ป่าไม้ โดยสร้างจิตสำนึกจากรุ่นสู่รุ่นผ่านโครงการต่างๆ มีพระนักพัฒนาเป็นศูนย์รวมใจในการอนุรักษ์ป่าไม้ของราษฏร
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น ไผ่, มะค่าแต้, มะค่าโมง, ประดู่, เต็ง, รัง สัตว์ป่าที่พบ เช่น เก้ง, หมูป่า, เลียงผา, อีเห็น เป็นต้น
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : มีความร่วมมือระหว่าง 4 ตำบลที่ในพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง ร่วมกันดูแลอนุรักษ์ผืนป่าแห่งเทือกเขาตะนาวศรี ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ส่งผลให้การดูแลรักษาป่าเป็นไปอย่างเข้มแข็ง และสร้างภาคีเครือข่ายกับป่าชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : สร้างรายได้ให้กับครัวเรือน ด้วยการเก็บหาพืชสมุนไพร, เห็ดเผาะ, ผักกูด ฯลฯ และการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยฝึกอบรมการทอผ้ากะเหรี่ยง และการจักสานให้กับคนในชุมชนโดยใช้ไม้ไผ่ในท้องถิ่นเพื่อเป็นรายได้เสริม
ป่าชุมชนป่าชุมชนบ้านท่ามะขาม

ป่าชุมชนบ้านห้วยหินฝน หมู่ที่ 6 ตำบลแม่ประ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 2,400-2-06 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2550
  • ความเป็นมา : เดิมพื้นที่ป่าชุมชนเป็นที่ตั้งของพุทธอุทยาน พระมหาไพบูลย์พยายามผลักดันให้พื้นที่ป่าบริเวณนี้เป็นป่าชุมชน เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ป่าอย่างเป็นระบบ ปี 2548 ชาวบ้านมีมติร่วมกันให้อนุรักษ์ป่าผืนนี้ และประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่รับผิดชอบ
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : มีกระบวนการบริหารจัดการป่าชุมชน ปลูกป่าทดแทน โดยยึดหลักการ "ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ" บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน มีการบวชป่า เพื่อเป็นกุศโลบายให้ป่ารอดพ้นจากการลักลอบทำลาย สร้าง "ฝายมีชีวิต" อย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและเกื้อกูลวิถีชีวิตคนในท้องถิ่น
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าเบญจพรรณ ประกอบด้วย ไม้สัก ไม้รัง ไม้แดง ไม้ประดู่ ไผ่ซาง ฯลฯ และเป็นแหล่งต้นน้ำจำนวน 4 แหล่ง ได้แก่ แหล่งต้นน้ำขุนห้วยวังมอม, แหล่งต้นน้ำขุนห้วยน้อย, แหล่งต้นน้ำปางมโนราห์ และแหล่งต้นน้ำวัดโพธิคุณ ใช้อุปโภค บริโภคและทำการเกษตร น้ำส่วนที่เหลือยังไหลสู่อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำลึก ต.แม่ปะ
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนมีความเข้มแข็ง บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนระหว่างชาวบ้าน ฝ่ายปกครอง องค์กรส่วนท้องถิ่น โดยมีพระสงฆ์และวัดเป็นศูนย์รวมความสามัคคี
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : เป็นแหล่งอาหาร "ซุปเปอร์มาเก็ตบนดอย" เช่น ไข่มดแดง, หน่อไม้,ดอกดิน สามารถไปเข้าป่าไปเก็บหานำมาบริโภค ช่วยลดรายจ่ายครัวเรือน ตลอดจนสร้างรายได้ให้คนในชุมชน
ป่าชุมชนภูตะเภา

ป่าชุมชนภูตะเภา ตำบลสามสวน อำเภอบ้านแท่น และ ตำบลบ้านเพชร, ตำบลโอโล, ตำบลกุดยม อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 16,691-2-80 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2559
  • ความเป็นมา : เมื่อป่าเสื่อมโทรมจากการถูกบุกรุกเพื่อทำไร่และมีนายทุนว่าจ้างชาวบ้านตัดไม้ไผ่รวกเป็นจำนวนมาก ใน ปี 2537 ราษฎรจาก 4 ตำบล รวมตัวกันเพื่อฟื้นฟูสภาพป่า
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : การร่วมแรงร่วมใจ ประสานพลังดูแลป่าชุมชนจากคณะกรรมการป่าชุมชนทั้ง 19 หมู่บ้าน จาก 4 ตำบล 2 อำเภอ ของ จ.ชัยภูมิ โดยมีพระสงฆ์เป็นศูนย์รวมศรัทธาด้านการอนุรักษ์ป่าไม้
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าเบญจพรรณ ประกอบด้วยไม้พยุง ไม้ตะเคียน มะค่าโมง ประดู่ พลวง ไม้ไผ่ มีจุดชมทัศนียภาพเป็นลานหินที่สวยงาม และมีอาณาเขตครอบคลุม 19 หมู่บ้าน 4 ตำบล 2 อำเภอ ในจังหวัดชัยภูมิ
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน มีการประชุมคณะกรรมการป่าชุมชน 19 หมู่บ้าน เพื่อหารือเรื่องการดำเนินงานโครงการป่าชุมชนภูตะเภาทุกขั้นตอนและทุกกิจกรรม รวมถึงมีการจัดตั้งกลุ่มจิตอาสา คือ “กลุ่มเยาวชนรักภูตะเภา” เพื่อสืบสานงานอนุรักษ์ป่าไม้ต่อไป
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : จัดตั้ง “ตลาดนัดสีเขียว” เพื่อสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนในพื้นที่ จำหน่ายพืชสมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากป่าชุมชน

รางวัลชนะเลิศ ป่าชุมชนดีเด่น : น้อมนำศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาป่าชุมชน

ป่าชุมชนบ้านภูเขาแก้ว

ป่าชุมชนบ้านไทรเอน หมู่ที่ 8 ตำบลสองสลึง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 827 ไร่
  • สภาพพื้นที่ป่า : เป็นป่าดั้งเดิมตามธรรมชาติ นอกจากนี้พื้นที่ป่าชุมชนบางส่วนเคยเป็นสวนทุเรียนและมีการบุกรุกจับจองปลูกต้นยางพารา
  • การน้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาป่าชุมชน : จัดการป่าชุมชน โดยแบ่งตามแนวคิด ปลูกป่า 3 อย่างได้ประโยชน์ 4 อย่าง ใช้วีธีสร้างจิตสำนึกให้กับชาวชุมชนในการดูแลรักษาป่า ทำให้พื้นที่ป่ากลับมาสมบูรณ์ดังเดิมได้ด้วยตัวเอง ส่งเสริมให้ชุมชนปลูกป่าในพื้นที่ของตนเอง โดยเชื่อว่า “คนปลูกป่า…จะไม่โค่นป่า แต่คนที่โค่นป่า จะไม่เคยปลูกป่า”
  • ผลสำเร็จของการน้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในการพัฒนา : การปลูกป่าในใจคนประสบความสำเร็จ ส่งผลให้คนไม่ตัดไม้ทำลายป่า เกิดจิตสำนึกรักษาและหวงแหนพื้นที่ป่า
  • ความต่อเนื่องของการนำศาสตร์พระราชามาใช้พัฒนาป่าชุมชน : ปลูกฝังให้เยาวชนในพื้นที่มีจิตสำนึกรักและหวงแหนป่าผ่านการจัดกิจกรรมให้เยาวชนทำร่วมกับชุมชนและอบต. ถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น โดยมีนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ มาศึกษาดูงานและฝึกงานในศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง
ป่าชุมชนตำบลพิมาน

ป่าชุมชนตำบลพิมาน ตำบลพิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 958 - 1 - 93 ไร่
  • สภาพพื้นที่ป่า : พื้นที่ป่าไม้ส่วนใหญ่อยู่ในเทือกเขาภูพาน มีลักษณะเป็นป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง และป่าปลูก เป็นสวนผลไม้ สวนยางพารา และป่าไผ่ ดินมีลักษณะค่อนข้างเป็นทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ
  • การน้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาป่าชุมชน : ศึกษาและน้อมนำศาสตร์พระราชามาปฏิบัติในรูปแบบพลังงานทางเลือก ซึ่งได้จากทรัพยากรในชุมชน เช่น น้ำมันไบโอดีเซลจากต้นยางนา แก๊สจากมูลสัตว์ การทำปุ๋ยหมัก ช่วยลดค่าใช้จ่ายในภาคครัวเรือน รวมทั้งยังพึ่งตนเองด้านการดูแลสุขภาพ โดยสนับสนุนแหล่งเรียนรู้สมุนไพรพื้นบ้าน และพึ่งตนเองด้านอาชีพในการส่งเสริมการพัฒนากลุ่มอาชีพตามภูมิปัญญา
  • ผลสำเร็จของการน้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในการพัฒนา : การน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม ช่วยพัฒนาระบบแนวคิดของคนในชุมชน ตลอดจนพัฒนาการศึกษา สุขภาพ และทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลให้ชุมชนในตำบลพิมานสามารถพึ่งตัวเองได้มากที่สุด จนได้รับการพัฒนาเป็นหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง และมีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
  • ความต่อเนื่องของการนำศาสตร์พระราชามาใช้พัฒนาป่าชุมชน : มีหลักสูตรการถ่ายทอดศาสตร์พระราชา ในศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มีครัวเรือนต้นแบบ มีวิทยากรชุมชน มีกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่เข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนตลอดมา รวมทั้งมีเครือข่ายตำบลวิถีพอเพียง ในภาคอีสาน จำนวน 22 ตำบล
ป่าชุมชนบ้านบ้านวังศิลาดิเรกสาร

ป่าชุมชนบ้านบ้านวังศิลาดิเรกสาร หมู่ที่ 3 ตำบลเพิ่มพูนทรัพย์ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 896-2-93 ไร่
  • สภาพพื้นที่ป่า : มีความอุดมสมบูรณ์ปกคลุมด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดและมีความหลากหลายทางชีวภาพ
  • การน้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาป่าชุมชน : ปัญหาอุทกภัยในอดีตจุดประกายให้ชาวชุมชนหันมาดูแลรักษาป่าชุมชน จนสามารถคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนป่า โดยนน้อมนำศาสตร์พระราชาผ่านการสร้างฝายชะลอน้ำ นอกจากนี้ ยังมีการสร้างระบบประปาภูเขาเพื่อใช้ในการทำสวน การใช้เศษไม้เผาถ่านแทนไม้ท่อน การทำน้ำส้มควันไม้ไล่แมลง ส่งผลให้ชาวชุมมีรายได้และส่งผลให้สามารถพึ่งตัวเองได้อย่างยั่งยืน
  • ผลสำเร็จของการน้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในการพัฒนา : บ้านวังศิลาดิเรกสารได้น้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้เพื่อพัฒนาป่าชุมชนอย่างยั่งยืน ส่งผลให้บ้านวังศิลาดิเรกสารก้าวไปสู่การเป็นหมู่บ้าน 4 ดี คือ สิ่งแวดล้อมดี เศรษฐกิจดี สุขภาพดี และคนดีที่ร่วมกันพัฒนาและดูแลชุมชนเสมอ
  • ความต่อเนื่องของการนำศาสตร์พระราชามาใช้พัฒนาป่าชุมชน : มีการปลูกฝังแนวทางศาสตร์พระราชาให้เยาวชนในพื้นที่ และจัดตั้งคณะกรรมการและสมาชิกกลุ่มเยาวชนต้นกล้าอนุรักษ์ธรรมชาติ มีหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มาศึกษาดูงานด้านการจัดการป่าชุมชน รวมทั้งมีการจัดตั้ง OTOP
ป่าชุมชนบ้านห้วยพ่าน

ป่าชุมชนบ้านห้วยพ่าน หมู่ที่ 13 ตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 332 ไร่
  • สภาพพื้นที่ป่า : บ้านห้วยพ่านตั้งอยู่ในเขตที่สูงมีความอุดมสมบูรณ์ ล้อมรอบป็นป่าชุมชนต้นน้ำที่สมบูรณ์มีแม่น้ำที่ใช้ในการเกษตรถึง 4 สาย ได้แก่ แม่น้ำน่าน ลำห้วยพ่าน ลำห้วยพาย ลำห้วยจัน
  • การน้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาป่าชุมชน : ชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองโดยใช้ประโยชน์จากป่าชุมชน เช่น การเก็บหาของป่า การทำเกษตรผสมผสาน และได้น้อมนำศาสตร์พระราชามาเป็นแนวทางในการพัฒนาและดำเนินชีวิต การแก้ไขปัญหาความต้องการของสมาชิก และขยายไปสู่การจัดการป่าไม้ ดิน น้ำอย่างเป็นระบบ
  • ผลสำเร็จของการน้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในการพัฒนา : ชุมชนเกิดความหวงแหนจนช่วยกันอนุรักษ์ผืนป่า ลดปัญหาน้ำดื่มน้ำใช้ไม่พอเพียงจากการลดการทำเกษตรที่ต้นน้ำ และลดปัญหาความยากจน เนื่องจากชาวชุมชนใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชน จัดการทรัพยากรธรรมชาติ สร้างความภาคภูมิใจในชุมชน และสร้างรายได้นอกภาคการเกษตร จนทำให้มีรายได้พออยู่พอกิน
  • ความต่อเนื่องของการนำศาสตร์พระราชามาใช้พัฒนาป่าชุมชน : จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้มุ่งหมายถ่ายทอดการอนุรักษ์ป่าชุมชนและภูมิปัญญาของชุมชนสู่คนรุ่นหลัง โดยหลักสูตรการเรียนรู้ได้รับการรับรองจากสพฐ. สร้างเด็กรุ่นใหม่ที่มีความรู้ทัดเทียมกับการศึกษาในระบบ

รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านพุน้ำร้อน

ป่าชุมชนบ้านพุน้ำร้อน หมู่ที่ 4 ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 7,054 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2547
  • ความเป็นมา : เดิมป่าไม้ได้ถูกแผ้วถางทำลายจากการประกอบอาชีพเผาถ่านและการทำสัมปทานเหมืองหินแกรนิต เจ้าอาวาสวัดพุน้ำร้อน จึงประชุมปรึกษาผู้นำชุมชนเพื่อหาวิธีการแก้ไข สภาพป่า : ป่าปลูกฟื้นฟูใหม่ มีความอุดมสมบูรณ์และมีระดับความสูงของต้นไม้ใกล้เคียงกันทั้งผืนป่า
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : ชาวบ้านร่วมกันดำเนินการในรูปแบบของจิตอาสา ร่วมกับวิธีฟื้นฟูประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิมของลาวครั่ง ดึงให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและเกิดความสามัคคี เพื่อปลูกพื้นฟูสภาพป่าและช่วยกันดูแลปกป้องพื้นที่ป่า
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : มีพรรณไม้และสมุนไพรกว่า 200 ชนิด ต้นไม้ใหญ่ เช่น ไทร ตะคร้อ มะกัก ชิงชัน ไผ่รวก และต้นไม้พื้นล่าง เช่น กลอย เปราะ เฟิร์นและลูกไม้ชนิดต่างๆ เป็นแหล่งพืชอาหารและสมุนไพร แหล่งน้ำ แหล่งหินธรรมชาติ รวมทั้งเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีความสวยงามตามธรรมชาติ
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : ชาวชุมชนมีความรักใคร่สามัคคี ร่วมกันสืบสานวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของชาวลาวครั่ง รวมถึงการอนุรักษ์ป่าไม้ โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนสนับสนุนการพัฒนา และมีแนวคิดขยายแนวร่วมและเครือข่ายป่าชุมชน ภายใต้แนวคิด "ป่าอยู่ได้ถ้าไม่มีคน คนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีป่า"
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : ป่าชุมชนสร้างรายได้เฉลี่ยปีละ 4.6 ล้านบาทให้กับชุมชน มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ นอกจากนี้ป่ายังช่วยสร้างอาชีพต่างๆ เช่น การขายพืชอาหารและสมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากป่าชุมชน

รางวัลรองชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านบุ่งกุ่ม

ป่าชุมชนบ้านบุ่งกุ่ม หมู่ที่ 1 ตำบลนาหอ อำเภอด้านซ้าย จังหวัดเลย

  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2558
  • ความเป็นมา : ปี 2550 มีชาวบ้านขายที่ทํากินให้กลุ่มนายทุน และกลุ่มนายทุนเข้ามาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ชุมชนจึงลุกขึ้นมาปกป้องผืนป่า ในปี 2554 เกิดแนวคิดริเริ่มที่จะต่อสู้ทวงคืนพื้นที่ป่าและการสร้างเครือข่าย สภาพป่า : ที่ราบเชิงเขาและที่ราบสูง เป็นดินร่วน ดินลูกรัง และก้อนหินขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วไป
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงต่อต้านการบุกรุกป่าระหว่างหมู่บ้านนาเวียง บุ่งกุ่มและห้วยตาด และมีการวางพิกัดของแนวเขตที่ชัดเจน มีการต่อสู้เพื่อเรียกร้องผืนป่าของบรรพบุรุษซึ่งเคยสละพื้นที่ทํากินตามนโยบายรัฐ
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : พื้นที่สภาพป่ามีความสมบูรณ์มีต้นไม้ขนาดใหญ่ เช่น จิก กุง ไม้พื้นล่างจำพวกหญ้าคา หญ้าเพ็ก ไมยราบ สาบเสือ ในพื้นที่ป่า
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : ชาวบ้านมีการต่อสู้เพื่อเรียกร้องผืนป่าของบรรพบุรุษซึ่งเคยสละพื้นที่ทํากินตามนโยบายรัฐ โดยเริ่มหาแนวร่วมจากกลุ่มเพื่อน ๆ เครือญาติในชุมชน และกลุ่มผู้ที่เคยเป็นพรานป่า เป็นอาสาสมัคร หรือเคยเป็นผู้นําชุมชนที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์การต่อต้านการบุกรุกป่าเมื่อปี 2550 ซึ่งกลุ่มนี้เรียกตนเองว่า กลุ่มจิตอาสาป่าชุมชนบ้านบุ่งกุ่ม
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากป่าชุมชน
ป่าชุมชนบ้านผาปังหลวง

ป่าชุมชนบ้านผาปังหลวง หมู่ที่ 2 ตำบลผาปัง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 977 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2557
  • ความเป็นมา : สภาพป่า : ที่ราบเชิงเขา ลักษณะดินลูกรังชนิดของป่าประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดิบแล้ง มีสภาพที่สมบูรณ์
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : ปลูกจิตสำนึกให้ชุมชนรักป่าและหวงแหนป่า ทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าอย่างมาก ปัจจุบันป่าชุมชนได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ และมีการสร้างงานวิจัยจากป่าชุมชน คือ การเพิ่มมูลค่าของไผ่ มีการจัดตั้ง "มูลนิธิผาปัง" ซึ่งกำหนดให้รายได้ส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือกิจกรรมด้านป่าชุมชน
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : พันธุ์ไม้ขึ้นกระจายอยู่อย่างหนาแน่น ประกอบด้วยเต็ง รัง ประดู่ มะค่าโมง กระบก สัก ตะเคียน ยาง มะแฟน ยมหอม ไทร มะม่วงป่า สมอพิเภก ทองหลางป่า ยางเหียง มะกอกป่า มะหาด พญาสัตบรรณ คอแลน ฯลฯ และไม้ไผ่ต่างๆ เช่น ไผ่ไร่ ไผ่ซาง ไผ่บง เป็นต้น
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : ชุมชนมีความเข้มแข็งและมีจิตอาสาในการดูแลรักษาป่าด้วยความร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชนและขยายสู่เครือข่ายป่าชุมชนหมู่ 1 หมู่ 3 หมู่ 4 และหมู่ 5 โดยมีกิจกรรมด้านการอนุรักษ์และปลูกต้นไม้ ต้นไผ่ และทำฝายชะลอน้ำร่วมกับภาคเอกชน เป็นจำนวนกว่า 200 ฝาย รวมทั้งมีโครงการธนาคารต้นไม้
  • การใช้ประโยชน์จากป่า :เป็นแหล่งอาหารและซุปเปอร์มาร์เก็ตของชุมชน เช่น มีการเก็บเห็ดเผาะสร้างรายได้รวมกว่า 1.6 ล้านบาท
ป่าชุมชนบ้านอ่างน้ำผุด

ป่าชุมชนบ้านอ่างน้ำผุด หมู่ที่ 13 ตำบลบางสววรค์ อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 179 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2550
  • ความเป็นมา : ในปี 2505 ได้พบพื้นที่หมู่บ้านซึ่งสมัยนั้นเรียกว่า คลองโหยนน้ำใส ซึ่งในปัจจุบันคณะกรรมการหมู่บ้านได้ตั้งชื่อหมู่บ้านใหม่ว่า บ้านอ่างน้ำผุด เพราะในหมู่บ้านมีตาน้ำที่ผุดขึ้นตามธรรมชาติอยู่มากมาย ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะต่อการปลูกยางพารา และปาล์มน้ำมัน
  • สภาพป่า : ป่าต้นน้ำ ประกอบด้วย ป่าพลุ ป่าดิบ และป่าต้นน้ำ
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : ระยะแรกของการพัฒนาหมู่บ้าน มีจัดตั้งกลุ่มองค์กรต่าง ๆ อย่างชัดเจน รวมทั้งปลูกป่าเพิ่มในพื้นที่ 80 ไร่ ซึ่งเดิมถูกบุกรุก และยังพัฒนาอ่างน้ำผุดที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อปรับสภาพให้พร้อมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และมีการพัฒนาฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำให้กลับมาอุดมสมบูรณ์
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : พรรณไม้พื้นถิ่น ประกอบด้วย ชมพู่น้ำ งาไทร สะเตียว สาคู กะพ้อ พนอง ฯลฯ พืชสมุนไพร ได้แก่ โหราเท้าสุนัข, ว่านเขาควาย, ขมิ้น, เต่าร้าง, เจ็ดหมูน ฯลฯ และสัตว์ป่าที่พบ ได้แก่ นกเค้าแมว พญากระรอก กระรอกสวน ลิงเสน ลิงแสม หมูป่า ไก่ป่า เต่า ตะกวด
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : ชุมชนร่วมกันอนุรักษ์ป่าที่เหลืออยู่ และปลูกเสริมป่าเสื่อมโทรม ร่วมกันทำความสะอาดบ่อน้ำผุดเป็นประจำ ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวในป่าชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวชุมชน
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : การท่องเที่ยวป่าชุมชนสร้างรายได้ให้กับชุมชนเพิ่มขึ้นถึง 7 แสนบาทในช่วงเริ่มต้น และขยายผลสู่การทำผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อขายให้กับนักท่องเที่ยว สร้างงานสร้างอาชีพให้กับชุมชนและกลุ่มเยาวชนในรูปแบบของมัคคุเทศก์ท้องถิ่น และการแสดงมโนราห์

รางวัลชนะเลิศ ป่าชุมชนดีเด่น : สตรีอาสา...พัฒนาชุมชน

ป่าชุมชนบ้านร่องบอน

ป่าชุมชนบ้านร่องบอน หมู่ที่ 12 ตำบลม่วงคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

  • พื้นที่ป่า : 442-2-00 ไร่
  • สภาพพื้นที่ป่า : เป็นป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรังและป่าดิบแล้ง พบพันธุ์ไม้ขึ้นกระจายอยู่อย่างหนาแน่น เช่น มะค่าโมง สัก ตะเคียน และยังพบไม้ไผ่ชนิดต่างๆ เช่น ไผ่ไร่ ไผ่ซาง ไผ่บง สมุนไพรที่พบ เช่น หญ้าถอดปล้อง โด่ไม่รู้ล้ม มะเขือแจ้เครือ บุกเครือ สัตว์ที่พบ เช่น ไก่ป่า ค้างคาว พงพอน อีเห็น และนกชนิดต่างๆ
  • ประโยชน์ที่ได้จากการจัดการป่าชุมชน : เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของหมู่บ้านและมีประปาภูเขาใช้ภายในหมู่บ้าน เป็นคลังอาหาร ร้านขายยาประจำหมู่บ้าน ช่วยลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้ชุมชน เป็นแหล่งไม้ใช้สอย เช่น ไม้ไผ่ ไม้ฟืน อีกทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการศึกษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเยาวชน
  • บทบาทของสตรีอาสากับความยั่งยืนของป่าชุมชน : หลังได้รับการเลือกตั้งให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน นางปราณี ราชคมน์ มุ่งมั่นที่จะพลิกฟื้นผืนป่าที่เคยถูกทำลายไปจากการถูกบุกรุกเพื่อขายที่ดินให้กับนายทุน โดยการขอคืนที่ดินจากชาวบ้าน จึงได้พื้นที่ป่าคืนมา และเริ่มปลูกไม้ทดแทนจนป่ามีความอุดมสมบูรณ์
  • ความสำเร็จในการดำเนินงาน : เข้ารับพระราชทานธงพิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิต ชั้นที่ 1 เมื่อปี 2544 และเข็มพิทักษ์ป่าปี 2547 อีกทั้งยังได้รับคัดเลือกให้เป็นศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา เพื่อเป็นต้นแบบการศึกษาธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ภาคเหนือ โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ป่าชุมชนตำบลตูม

ป่าชุมชนตำบลตูม ตำบลตูม อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

  • พื้นที่ป่า :1,442 ไร่
  • สภาพพื้นที่ป่า : ป่าเต็งรังไม้ยืนต้นที่พบ ได้แก่ แดง ประดู่ เต็ง รัง พลวง ไม้พื้นล่างที่พบ ได้แก่ หญ้าเพ็ก ตับเต่า ปรง ชิงช้าชาลี สาบเสือ เฟิร์นนาคราช หัวสามสิบ สัตว์ป่าที่พบ เช่น ตุ่น กระรอก กระแต กระต่ายป่า แย้
  • ประโยชน์ที่ได้จากการจัดการป่าชุมชน : พื้นที่ป่าไม้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น เป็นแหล่งต้นน้ำให้กับชุมชน เป็นแหล่งอาหารของชุมชน เกิดความสามัคคีในชุมชน และความร่วมมือระหว่างชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการร่วมดูแลรักษาป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่เยาวชนและผู้ที่สนใจได้ศึกษาธรรมชาติ
  • บทบาทของสตรีอาสากับความยั่งยืนของป่าชุมชน : เป็นแกนนำในการดูแลรักษาป่าที่เข้มแข็งลุกขึ้นต่อสู้กับกลุ่มนายทุนผู้มีอิทธิพลที่เข้ามาบุกรุกจับจองพื้นที่ป่า การต่อสู้ของผู้นำและชาวบ้านนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้และการขยายเครือข่ายพิทักษ์ป่าไปยังตำบลใกล้เคียง
  • ความสำเร็จในการดำเนินงาน : มีการขยายเครือข่ายจาก 6 หมู่บ้าน เป็น 16 หมู่บ้านในตำบลตูม และมีการร่วมมือกับตำบลต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงในการอนุรัก์ทรัพยากรป่าไม้ ทำให้ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าชุมชนจำนวน 1,442 ไร่
ป่าชุมชนบ้านเขาหินถ่าง

ป่าชุมชนบ้านเขาหินถ่าง หมู่ที่ 11 ตำบลหนองรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

  • พื้นที่ป่า : 11 ไร่
  • สภาพพื้นที่ป่า : พื้นที่ราบ ประกอบด้วย ไม้ยืนต้น ไม้ผลกินได้ สมุนไพร
  • ความเป็นมา : เดิมเป็นพื้นที่สาธารณะและมีชาวบ้านใช้เป็นป่าช้า ต่อมาทางชุมชนได้ประชุมหารือจนเกิดมติให้ปลูกป่า เพื่อป้องกันการรุกล้ำพื้นที่สาธารณะของชาวบ้าน โดยเกิดขึ้นจากการร่วมแรงร่วมใจกันของ 14 หมู่บ้าน ช่วยกันปกป้องดูแลรักษาป่าอย่างเข้มแข็ง
  • ความสำคัญของสตรีอาสากับความยั่งยืนของป่าชุมชน : พัฒนาป่าชุมชนโดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดความยั่งยืน มีการจัดตั้งกลุ่มสตรีแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อจำหน่ายและบริโภคในครัวเรือน เช่น ลูกกาน้าดอง ด้ามไม้กวาดจากไม้ไผ่
  • ความสำเร็จในการดำเนินงาน : เป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งศึกษาธรรมชาติของนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เป็นแหล่งอาหาร แหล่งสมุนไพรและแหล่งไม้ใช้สอยในครัวเรือน เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในชุมชน และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของชุมชน ช่วยเพิ่มรายได้ให้ชุมชน
ป่าชุมชนบ้านต้นตาล

ป่าชุมชนบ้านต้นตาล หมู่ที่ 2 ตำบลจอเบาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส

  • พื้นที่ป่า : 173 ไร่
  • ความเป็นมา : ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบูงอ เดิมชื่อบ้าน บูเกะบูงอ เป็นภาษายาวี แปลว่า ก้อนหินบนภูเขา เนื่องด้วยสภาพภูมิประเทศที่หมู่บ้านตั้งอยู่บนภูเขา
  • ประโยชน์ที่ได้จากการจัดการป่าชุมชน : เก็บหาของป่าและสมุนไพร เพื่อมาบริโภค และแปรรูปจำหน่าย เป็นแหล่งน้ำที่มีน้ำตลอดฤดูกาล เพียงพอให้กับสัตว์ป่าและนกหากินและอยู่อาศัย สร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศ
  • บทบาทของสตรีอาสากับความยั่งยืนของป่าชุมชน : ส่งเสริมอาชีพด้านฝีมือจักสาน ซึ่งใช้วัตถุดิบจากป่าชุมชน เช่น ต้นย่านลิเภา, ต้นกระจูด, ต้นเตยหนา มีการจัดตั้ง "ศูนย์ส่งเสริมอาชีพบ้านต้นตาล" ซึ่งต่อยอดมาจาก "กลุ่มสตรีจักสานบ้านต้นตาล" เพื่อเป็นสถานที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้แก่สมาชิก นำมาซึ่งการส่งเสริมรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับสมาชิกในกลุ่ม
  • ความสำเร็จในการดำเนินงาน : ช่วยดูแลรักษาป่าชุมชน ชักชวนชาวชุมชนในหันมาดูแลอนุรักษ์ป่าชุมชน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงด้านอาชีพจากผลิตภัณฑ์ที่ได้จากป่า

รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านต่อแพ

ป่าชุมชนบ้านต่อแพ หมู่ที่ 1 ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 1,170 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2557
  • ความเป็นมา : ในอดีตพื้นที่แห่งนี้สามารถผลิตข้าวได้มาก แต่ไม่มีเส้นทางคมนาคมลำเลียงข้าวไปจำหน่าย ชาวบ้านจึงนำไม้ไผ่มาผูกเป็นแพเพื่อบรรทุกข้าวไปขายที่อำเภอแม่สะเรียง ผ่านการล่องแพไปตามลำน้ำยวม จึงเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน “บ้านต่อแพ”
  • สภาพป่า : ป่าดิบเขา
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : มีการจัดทำแผนชุมชนที่ชัดเจนและปฏิบัติเห็นผลเป็นรูปธรรม เช่น การจัดทำกฎระเบียบหมู่บ้าน การจัดการความเสี่ยงการเกิดไฟป่า การประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึก การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : มีพืชสมุนไพร 200-300 ชนิด ซึ่งรวมถึงพืชผักป่าหลายชนิด ได้แก่ หน่อไม้ เห็ดไข่เหลือง เห็ดไข่ขาว เห็ดลม กระชาย ผักกูด บวบป่า กล้วยป่า เพกา น้ำผึ้ง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยในป่าแห่งนี้
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : มีผู้นำที่เข้มแข็ง ชาวบ้านมีความรักใคร่สามัคคีปรองดองกัน มีส่วนร่วมในการพัฒนารักษาป่า บนแนวคิดเพื่อการพัฒนาชุมชน ปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรให้แก่เยาวชน และเป็นหมู่บ้านต้นแบบปลอดการเผา ที่ประสบความสำเร็จในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันจากไฟป่า
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : การรักษาป่าต้นน้ำไว้ทำให้บ้านต่อแพมีน้ำใช้ตลอดปี และมีการจัดทำระบบประปาภูเขาเพื่อใช้ในหมู่บ้าน ชุมชนมีรายได้เสริมจากสมุนไพรในป่า ประมาณปีละ 30,000 บาทและมีการส่งเสริมการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ส่งผลให้ชุมชนมีรายได้เสริมจากนักท่องเที่ยวและโฮมสเตย์

รางวัลรองชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านตะเกราทอง

ป่าชุมชนบ้านตะเกราทอง หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 2,500 ไร่
  • ความเป็นมา : เดิมป่าชุมชนบ้านตะเกราทอง เป็นป่าเสื่อมโทรมจากการทำสัมปทานเหมืองแร่ จนชุมชนประสบกับภาวะภัยแล้ง ต้องซื้อน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค จนกระทั่งมีการฟื้นฟูดูแลป่าจนอุดมสมบูรณ์จึงเป็นแหล่งต้นน้ำให้ชุมชนได้ใช้ตลอดทั้งปีอีกครั้ง
  • สภาพป่า : ป่าดิบแล้ง เป็นพื้นที่ลาดเชิงเขา
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : ป่าชุมชนบ้านตะเกราทองเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนตำบลบ้านแลง จนก่อตั้งเป็น "ชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านแลง" เพื่ออนุรักษ์และบริหารจัดการป่าชุมชน ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนอย่างเหมาะสม มีจุดเด่น คือเป็นป่าต้นน้ำที่ช่วยหล่อเลี้ยงชุมชนโดยรอบ
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : พันธุ์ไม้ที่พบมาก คือ ประดู่ป่า สัตว์ที่พบ เช่น หมี
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : ชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านแลง ได้เชิญชวนชาวบ้านในหมู่บ้านทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นสมาชิกเครือข่ายฯ เพื่อร่วมกันดูแลรักษาป่าชุมชน เช่น จัดทำแนวป้องกันไฟป่า สร้างและซ่อมแซมฝายชะลอน้ำ อีกทั้งสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้านตนเอง, การดูแลรักษาต้นไม้อย่างถูกวิธี
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : ชุมชนรอบป่าสามารถเก็บหาพืชสมุนไพรและของป่า เป็นอาหารเพื่อยังชีพและสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนได้ตลอดทั้งปี เช่น เห็ด หน่อไม้ น้ำผึ้ง และพืชสมุนไพรอื่นๆ อีกมากมาย หลังการสร้างฝายชะลอน้ำและปลูกป่าฟื้นฟูระบบนิเวศ ป่าชุมชนสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึงปีละประมาณ 151,997,250 บาท
ป่าชุมชนบ้านหัวบึง

ป่าชุมชนบ้านหัวบึง หมู่ที่ 9 ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 88 ไร่
  • ความเป็นมา : ป่าชุมชนแห่งนี้เกิดจากแรงศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อหลวงปู่สีทน กิตติปันโย ที่ได้ปลูกป่าในใจคนด้วยการแสดงธรรมเน้นให้เห็นถึงโทษของการตัดไม้ทำลายป่าที่จะส่งผลต่อต้นน้ำ จนสามารถจุดประกายความคิดของชาวบ้านหันมาสานต่อการอนุรักษ์ป่าไม้ตามคำสั่งสอนของหลวงปู่
  • สภาพป่า : ป่าดิบแล้ง มีความหนาแน่นประมาณร้อยละ 90 ของพื้นที่
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างแข็งขัน คณะกรรมการป่าชุมชนมีความเข้าใจในการบริหารจัดการป่า และมีความเข้มแข็งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : พรรณไม้สำคัญ ได้แก่ ไม้ตะแบก ยางนา มะกอกเกลื้อน แดง ประดู่ ชงโค มะเดื่อกวาง พื้นที่ป่าเป็นแหล่งซับน้ำ มีพื้นที่ชุ่มน้ำโดยรอบและมีไลเคน เฟิร์น มอส ผักกูด ขึ้นหนาแน่นรอบแหล่งน้ำแสดงถึงความชุ่มชื้นของป่าอย่างเด่นชัด
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : ชุมชนยึดมั่นในศาสนา ประเพณีท้องถิ่น และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในชุมชน มีศาลปู่ตา เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชุมชนในการรักษาป่า
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : พืชจากป่าชุมชนที่สำคัญ เช่น ผักเชียงดา ซึ่งมีสรรพคุณแก้เบาหวาน ใบตอง ใช้ทำบายสี เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนเป็นอย่างดี และนำน้ำจากบ่อน้ำผุดมาใช้เป็นประปาหมู่บ้าน
ป่าชุมชนสวนสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

ป่าชุมชนสวนสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ หมู่ที่ 2,3,5,7 ตำบลแม่ชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 1,498 ไร่
  • ความเป็นมา : ในอดีตป่าแห่งนี้ถูกบุกรุกจากคนต่างถิ่น ทำให้ป่าเสื่อมโทรม ชุมชนต้องเผชิญกับวาตภัย ภาวะฝนแล้งทิ้งช่วง และไฟไหม้ป่า ชุมชนจึงตระหนักและมีการประสานความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานราชการ ผู้นำท้องถิ่นและชุมชน เพื่อหาแนวทางการฟื้นฟูผืนป่า
  • สภาพป่า : ป่าพรุที่มีความอุดมสมบูรณ์ และไม่มีปัญหาไฟป่ามากว่า 10 ปี
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : ทำความเข้าใจกับชุมชนในพื้นที่และขุดคูน้ำล้อมรอบป่าพรุเพื่อป้องกันการบุกรุกและกักเก็บน้ำ รวมถึงบังคับใช้กฎระเบียบอย่างเคร่งครัดต่อผู้ที่ฝ่าฝืนข้อตกลงและระดมปลูกต้นไม้ในวันสำคัญ ปล่อยพันธุ์ปลาเพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติให้กลับคืนมา
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมขังตลอดปีและมีความหลากหลายของพันธุ์ไม้ โดยเฉพาะพันธุ์ไม้ที่เจริญเติบโตได้ดีในที่ชุ่มน้ำ
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : ชุมชนมีการขุดคูน้ำล้อมรอบป่าพรุเพื่อเป็นแนวเขตป้องกันการบุกรุกและขุดสระเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้งและใช้ในกรณีเกิดไฟไหม้ป่า มีการปลูกต้นไม้ในวันสำคัญ และปล่อยปลาพันธุ์ดั้งเดิม ปล่อยเสริมปลาพันธุ์ใหม่ เช่น ปลาตะเพียน,ปลานิล รวมทั้งส่งเสริมการนำแนวคิดของเยาวชนสู่การปฏิบัติและสร้างคนรุ่นใหม่เพื่อเป็นนักอนุรักษ์รุ่นเยาว์
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : ชุมชนนำกระจูดมาใช้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายซึ่งสร้างรายได้ให้ชุมชนได้ประมาณปีละ 1 ล้านบาท พื้นที่รอบป่า ชาวบ้านจะทำการเพาะปลูกผักสวนครัวโดยใช้น้ำจากป่าพรุ ทำให้ชาวบ้านมีแหล่งอาหาร อีกทั้งเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติของนักเรียนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

รางวัลชนะเลิศ ป่าชุมชนดีเด่น : เยาวชนคนรักษ์ป่า

ป่าชุมชนโนนใหญ่

ป่าชุมชนโนนใหญ่ หมู่ที่ 3 ตำบลเสียว อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ

  • พื้นที่ป่า: 3,040 ไร่
  • สภาพพื้นที่ป่า : เป็นป่าแบบผสม ประกอบด้วย ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าบุ่งป่าทาม มีความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ เป็นแหล่งอาหารและยาสมุนไพรที่สำคัญของชุมชนในปัจจุบัน
  • ความเป็นมาของกลุ่มเยาวชนคนรักษ์ป่า : กลุ่มเยาวชนคนรักษ์ป่าโนนใหญ่ เป็นการรวมตัวของกลุ่มนักเรียนโรงเรียนบ้านอีเซตั้งแต่ปี 2538 ที่ได้แรงบันดาลใจและการจุดประกายจากกิจกรรมการเรียนรู้ธรรมชาตินอกห้องเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษา
  • กระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น : กลุ่มเยาวชนดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง มีรูปแบบของการจัดตั้งคณะทำงานอย่างเป็นรูปธรรม และยังมีสมาชิกกลุ่มที่จบการศึกษาไปแล้วกลับมาร่วมทำกิจกรรมกับรุ่นน้องในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์เป็นประจำ มีการถ่ายทอดความรู้และปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ป่าไม้จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง
  • ความสำเร็จของกลุ่มเยาวชน : ชุมชนร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น พิธีกรรมความเชื่อเพื่อการอนุรักษ์ การทำเครื่องมือประมงพื้นบ้านให้กับเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ราษฏรบ้านหนองฮูจำนวน 17 ราย มอบพื้นทำกินประมาณ 800 ไร่ เพื่อให้กลุ่มเยาวชนใช้เป็นแหล่งศึกษาระบบนิเวศป่าบุ่งป่าทาม เพราะพื้นที่บริเวณนี้ติดกับห้วยทับทัน

รองชนะเลิศ ป่าชุมชนดีเด่น : เยาวชนคนรักษ์ป่า

ป่าชุมชนบ้านปางงุ้น

ป่าชุมชนบ้านปางงุ้น หมู่ 6 ตำบลสรอย อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่

  • สภาพป่า : การปลูกป่า/ทำฝายชะลอน้ำของเยาวชนตั้งแต่ ปี2547-2557 ทำให้พื้นที่ป่าต้นน้ำลำห้วยสรอยมีน้ำใช้กันตลอดปี และทำให้คนต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำหันมาร่วมมือกันอนุรักษ์ผืนป่ากันมากขึ้นด้วย
  • ความเป็นมา : กลุ่มเยาวชนคนต้นน้ำ เริ่มจากการรวมตัวของเด็กเยาวชนบ้านปางงุ้น ตั้งแต่ปี 2547 ประมาณสิบกว่าคน โดยมีเจ้าอาวาสวัดปางงุ้นเป็นที่ปรึกษา กลุ่มได้คิดทำกิจกรรมขึ้นมากมาย โดยเน้นหนักไปในเรื่องสิ่งแวดล้อม ดิน-น้ำ-ป่า เป็นหลัก และได้ร่วมกันผลิตสื่อเพื่อเป็นการกระตุ้นจิตสำนึกให้คนในสังคมได้ตระหนักถึงปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
  • กิจกรรมของกลุ่มเยาวชน : การทำฝาย บวชป่า ปลูกป่า จัดทำสื่อ เช่น วารสาร,หนังสั้น,เพลง การตรวจสารปนเปื้อนของลำห้วยสรอย โครงการฟื้นฟูกายใจ-เตรียมตัวรับมืออุทกภัยในอนาคต การสำรวจพันธุ์พืช/สมุนไพร ฯลฯ
  • กระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น : ผู้ใหญ่ในชุมชนได้เห็นความสำคัญของเยาวชนลูกหลานของตนเองได้มีส่วนช่วยเหลือและเป็นกำลังหลักในการรักษาผืนป่าต้นน้ำด้วย และได้นำความรู้มาช่วยในเรื่องของเอกสาร ทำสื่อเผยแพร่ ฯลฯ
  • ความสำเร็จของกลุ่มเยาวชน : ปัจจุบัน เยาวชนคนต้นน้ำ ได้ยกระดับจากกลุ่มเยาวชนเล็กๆ ที่อยู่หมู่บ้านปางงุ้น เป็นกลุ่มเยาวชนที่มีสมาชิกหลายชุมชน หลายลุ่มน้ำ มาร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน นอกจากนี้เยาวชนคนต้นน้ำยังได้ขยายเครือข่ายไปยังต่างจังหวัดที่มีสมาชิกคนต้นน้ำไปเรียนต่อด้วย
ป่าชุมชนบ้านพุตูม

ป่าชุมชนบ้านพุตูม หมู่ที่ 5 ตำบลห้วยลึก อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี

  • พื้นที่ป่า : 1,065 ไร่
  • สภาพพื้นที่ป่า : เป็นป่าใหญ่ใกล้ตัวเมือง มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มีแหล่งหินแกรนิตธรรมชาติ มีแร่วุลแฟรม และเป็นป่าต้นน้ำลำธารสาขาย่อยของแม่น้ำเพชรบุรี มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและมีความหลายหลายทางชีวภาพ
  • ความเป็นมา : พื้นที่บางส่วนของป่าชุมชนบ้านพุตูม ในอดีตเคยเป็นเหมืองแร่วุลแฟรมเก่าที่ได้หมดสัมปทานไปนานแล้ว แต่ในวันนี้กำลังจะกลับมาอีก กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่และผู้อนุรักษ์หลายกลุ่ม จึงรวมตัวกันคัดค้านการทำเหมืองแร่วุลแฟรม เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่
  • กระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น : คณะกรรมการป่าชุมชนและราษฎรในชุมชนมีการดำเนินงานร่วมกันในการบริหารจัดการพื้นที่ป่า ในรูปแบบของการมีส่วนร่วมจากประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนหน่วยงานจากภาครัฐ และองค์กรต่าง ๆ ในพื้นที่
  • ความสำเร็จของกลุ่มเยาวชน : สมาชิกนำแนวคิดเยาวชนคนรักษ์ป่าไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีการอบรมราษฎรและเยาวชนให้รู้จักรักษ์ป่า
ป่าชุมชนบ้านต้นตาล

ป่าชุมชนบ้านต้นตาล หมู่ที่ 2 ตำบลจอเบาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส

  • พื้นที่ป่า : 173-2-0 ไร่
  • สภาพพื้นที่ : เป็นที่ราบลุ่ม มีภูเขาด้านเดียว ทิศใต้มีที่นาและคลองตัดผ่าน บนภูเขามีต้นแอ็ดเป็นจำนวนมากซึ่งชาวบ้านเก็บยาง หรือที่เรียกภาษายาวีว่า ดามา หรือ ขี้ผึ้ง มาขาย และรอยจากการเก็บ ขึ้ผึ้งมาขายต้นแอ็ดก็จะมีลักษณะเป็นโผร่ง จึงเป็นที่วางไข่ของนกเงือก
  • กิจกรรมของกลุ่มเยาวชน : กิจกรรมเยาวชนคนรักษ์ป่า เช่น ร่วมกันสร้างฝ่ายกั้นน้ำ เรียนรู้เส้นทางเดินป่า การเพิ่มมูลค่าทุนชุมชน เรียนรู้การปลูกป่าทดแทน ฯลฯ โดยก่อนกิจกรรมจะเริ่มต้นด้วยการส่งเสริมกิจกรรมด้านนันทนาการต่าง ๆ
  • ประโยชน์จากการส่งเสริมเยาวชน : เพื่อสร้างความรักใคร่สามัคคี ความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันของวัฏจักร สร้างจิตสำนึกและหวงแหนในแผ่นดินเกิด ตลอดจนสร้างความเข้าใจในคำว่า “ทุนชุมชน” และสร้างการเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืน
  • แผนการดำเนินงานในอนาคต : จัดทำศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โดยเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และสถาบันการศึกษา เพื่อปลูกจิตสำนึกและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เด็กและเยาวชน ในการอนุรักษ์และห่วงแหนทุนชุมชน และปราชญ์ชาวบ้านคอยถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับพืชสมุนไพร และเรียนรู้วิถีชีวิตตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง

รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านแม่กึ๊ดหลวง

ป่าชุมชนบ้านแม่กึ๊ดหลวง หมู่ที่ 1 ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 5,250 ไร่
  • ขึ้นทะเบียนกรมป่าไม้ : ปี พ.ศ.2545
  • ความเป็นมา : พระครูศิริรัตนาภรณ์ หรือที่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างยกย่องให้เป็น "เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำเมย" เป็นผู้ผลักดันให้เกิดการอนุรักษ์ป่าไม้ของคนในชุมชนและรอดพ้นจากการรุกรานของกลุ่มนายทุน
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : ผสานความเชื่อ ความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา และประเพณีล้านนาดั้งเดิมเข้ากับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาป่าต้นน้ำ เช่น พิธีสืบชะตาป่า เป็นต้น
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ลำห้วยสำคัญ ได้แก่ ห้วยขนุนและห้วยแม่ปะ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหล่อเลี้ยงผู้คนในพื้นที่
  • ความเข้มแข็งของชุมชน :
    • จัดตั้งกลุ่ม "เยาวชนอาสา" เพื่อจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงานให้แก่เด็กนักเรียน
    • สร้างศาลาป่าชุมชนเพื่อเป็นจุดตรวจเวรยามในป่าและใช้กิจกรรมปลูกจิตสำนึกการดูแลป่า
    • ปลูกต้นไม้เป็นแนวเขตระหว่างที่ทำกินกับป่าชุมชนกับพื้นที่ทำกินของราษฎร เพื่อให้เป็นแนวรั้วธรรมชาติ
  • การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม :
    • การใช้น้ำจากป่ามาทำ "ประปาภูเขา" ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
    • จัดโครงการธนาคารขยะในโรงเรียนบ้านแม่กึ๊ดหลวง
    • เตาเผาไร้ควันโดยใช้กิ่งไม้หักมาทำเป็นถ่าน เพื่อลดการใช้พลังงานก๊าซและไฟฟ้า
    • การจัดตั้งกองทุนธนาคารต้นไม้

รางวัลรองชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านศรีสรรเพชญ์

ป่าชุมชนบ้านศรีสรรเพชญ์ หมู่ที่ 9 ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 1,340 ไร่
  • ขึ้นทะเบียนกรมป่าไม้ : ปี พ.ศ.2555
  • ความเป็นมา : เคยประสบปัญหาบริเวณป่าถูกทำลายขุดเจาะจากการสัมปทานหิน และขุดตัดต้นไม้มีค่าเพื่อนำไปจำหน่าย กลุ่มชาวบ้านจึงรวมตัวกันก่อตั้ง "กลุ่มอนุรักษ์ป่าพุหางนาค" ผลัดเวรยามกันลาดตระเวนและป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกป่า
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ คือ สะพานหิน ซึ่งมีลำธารลอดผ่านด้านล่าง โอบล้อมด้วยต้นไม้พื้นถิ่นที่มีอายุนับร้อยปี อาทิ ปรง จันผา สลัดได
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าเบญจพรรณผสมป่าหินปูน พันธุ์ไม้ที่พบ ได้แก่ สุพรรณิการ์ ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ปรง งิ้วป่า ซึ่งเป็นพืชที่ทนทานต่อความแห้งแล้ง เนื่องจากพื้นที่เป็นลักษณะหินปูน นอกจากนี้ยังมี ต้นคูณ มะค่าโมง ประดู่ป่า ไผ่ป่า เฟิร์นต่าง ๆ
  • ความเข้มแข็งของชุมชน :
    • องค์กรภาครัฐหลายหน่วยงานสนับสนุนให้ป่าชุมชนแห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับจังหวัดของสุพรรณบุรี
    • จัดกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำร่วมกับหน่วยงานราชการ สถานศึกษา และประชาชนในพื้นที่
  • การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม :
    • การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์
    • การจัดการขยะในชุมชน ที่เกิดจากการท่องเที่ยว
    • การทำปุ๋ยหมักชีวภาพและเกษตรอินทรีย์
ป่าชุมชนภูขวาง

ป่าชุมชนภูขวาง ตำบลบ้านโคก อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

  • ขึ้นทะเบียนกับกรมป่าไม้ : พ.ศ. 2545
  • ความเป็นมา : ในอดีตมีการรุกล้ำจับจองพื้นที่เพื่อใช้ทำการปศุสัตว์ ผู้นำชุมชนพร้อมด้วยคนในพื้นที่รวมตัวกันต่อต้านกลุ่มผู้บุกรุกและยื่นคำขอจัดตั้งป่าชุมชนเพื่อรักษาป่า
  • จุดเด่นของป่าชุมชน :การบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างเข้มแข็งของชาวตำบลบ้านโคกทั้ง 13 หมู่บ้าน จากความร่วมมือของภาคประชาชน กลุ่มเยาวชน ภาครัฐ ภาคเอกชน พระสงฆ์ และผู้นำท้องถิ่น
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เดิมเป็นป่าเต็งรัง ปัจจุบันเป็นแปรสภาพป่าเบญจพรรณบางส่วน และพื้นที่ป่าที่อยู่ใกล้ร่องน้ำก็เริ่มเปลี่ยนเป็นป่าดิบแล้งที่แสดงถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่มากขึ้น
  • ความเข้มแข็งของชุมชน :
    • ส่งเสริมการมาส่วนร่วมในการรักษาผืนป่า โดยใช้แนวคิดของ "บวร" (บ้าน-วัด-โรงเรียน)
    • จัด "ศูนย์ประสานป้องกันไฟป่า“ เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้
  • การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม :
    • ชมรม "ต้นกล้านาวาเขียว-เทา" ที่มีเครือข่ายกับเยาวชนในจังหวัดพะเยา ร่วมกันจัดกิจกรรมปลูกป่า กิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อถ่ายทอดแนวคิดการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    • การผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้ในการเกษตรแทนการใช้ปุ๋ยเคมี
    • ธนาคารขยะ
ป่าชุมชนบ้านอ่าวอ้ายยอ

ป่าชุมชนบ้านอ่าวอ้ายยอ บ้านถ้ำตลอด หมู่ที่ 4 ตำบลน้ำตก อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 608 ไร่
  • ความเป็นมา : ป่าผืนนี้รอดพ้นจากการบุกรุกพื้นที่เพื่อการทำสวนยางพารา เนื่องจากชาวบ้านร่วมมือกันดูแลรักษาให้เป็นป่าชุมชน เพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำหล่อเลี้ยงเกษตรกรรม เป็นแหล่งอาหารสมุนไพรและของป่า รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติของเยาวชน
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : เป็นต้นน้ำของแม่น้ำ 3 สาย ได้แก่ สายอ่าวอ้ายยอ สายน้ำออกเขา และสายถ้ำประตูตีแมว ยังความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนป่าในพื้นที่และจังหวัดนครศรีธรรมราช
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าดงดิบ พันธุ์ไม้ที่พบ ได้แก่ กล้วยไม้หายาก กระบาก ตะเคียนหิน ตะเคียนชัน สะตอ ฯลฯ ป่าชุมชนบ้านอ่าวอ้ายยอ แบ่งเป็น 2 ส่วนได้แก่
    • ส่วนที่ 1 พื้นที่ป่าบริเวณเพื่อการใช้สอย เช่นบริเวณเก็บหาของป่า บริเวณที่เลี้ยงสัตว์ บริเวณปลูกป่าเพื่อใช้สอย
    • ส่วนที่ 2 พื้นที่ป่าบริเวณเพื่อการอนุรักษ์ เช่น บริเวณต้นน้ำลำธาร บริเวณพื้นที่สูงชัน
  • ความเข้มแข็งของชุมชน :
    • จัดกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่ออนุรักษ์ป่าที่เป็นแหล่งต้นน้ำให้กับแม่น้ำ 3 สาย
    • หลักประชาธิปไตยมาใช้บริหารจัดการป่าชุมชน เช่น การเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎระเบียบป่าชุมชนจะต้องมีคะแนนเสียงมากกว่า 8 เสียงของคณะกรรมการทั้งหมด
  • การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม :
    • ใช้ไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงแทนก๊าซหุงต้ม และนำกิ่งไม้ ใบไม้ เศษไม้ ไม้ยางล้ม นำมาอัดเป็นถ่านใช้เป็นพลังงานในครัวเรือน
    • การทำปุ๋ยหมักชีวภาพและเกษตรอินทรีย์
    • รณรงค์การลดใช้ถุงพลาสติกในชุมชน

รางวัลชนะเลิศป่าชุมชนดีเด่นด้าน “การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชน”

ป่าชุมชนบ้านดงป่ายูง

ป่าชุมชนบ้านดงป่ายูง หมู่ที่ 9 ตำบลนาถ่อน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

  • ความเป็นมาของป่าชุมชน : ชุมชนร่วมกันแก้ปัญหาป่าเสื่อมโทรมและปัญหาการขาดแคลนไม้ไผ่ในการประกอบอาชีพจักสานและการอนุรักษ์วัฒนธรรมของชุมชนชาวอีสาน เนื่องจากในอดีตมีการใช้ไม้ไผ่โดยไม่มีการปลูกเสริมดังนั้น ชาวชุมชนบ้านดงป่ายูงจึงมีมติร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ให้กลับมามีความสมบูรณ์ดังเดิม
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าเบญจพรรณสลับกับป่าเต็งรัง
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : ภูมิปัญญางานจักสานไม้ไผ่ เช่น การผลิตกระติบข้าว รายได้ส่วนหนึ่งจัดสรรให้กับกองทุนกลางพัฒนาหมู่บ้านดงป่ายูง เพื่อใช้พัฒนาหมู่บ้านในด้านต่าง ๆ รวมถึงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย
  • การมีส่วนร่วมของชุมชน :
    • สร้างเครือข่ายป่าชุมชนในระดับตำบล ตำบลนาถ่อน และมีการศึกษาดูงาน จากตำบลอื่นๆอยู่เสมอ
    • กิจกรรมทำแนวกันไฟและป้องกันไฟป่า
  • กิจกรรมการอนุรักษ์ :
    • จัดสรรพื้นที่ป่าชุมชนเพื่อการปลูกกอไผ่ประจำตระกูล สำหรับใช้ในงานจักสานของแต่ละครัวเรือน
    • กิจกรรมปลูกต้นไม้และบำรุงรักษา
  • การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม : การใช้ตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์เพื่ออบกล้วย
ป่าชุมชนบ้านบึงต้นชัน

ป่าชุมชนบ้านบึงต้นชัน หมู่ที่ 4 ตำบลชากบก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

  • ความเป็นมาของป่าชุมชน : ป่าบริเวณนี้เคยถูกบุกรุกเข้ามาหาประโยชน์อย่างขาดจิตสำนึก นายสมพร แสงกระจ่าง ผู้ใหญ่บ้านจึงร่วมมือกับภาครัฐและประชาชนในพื้นที่อนุรักษ์ผืนป่าผ่านกระบวนการต่าง ๆ รวมถึงการจัดตั้งป่าชุมชน
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : จำแนกพื้นที่ป่าเป็น 2 ชนิด คือ
    • ป่าชั้นนอก เป็น ป่าปลูกเสริม
    • ป่าชั้นใน เป็น ป่าเพื่อการอนุรักษ์
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : “ขนมหน่อตง” เป็นจุดเด่นทางด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นของป่าชุมชนบ้านบึงต้นชัน โดยใช้หน่อไม้ไผ่ตง ซึ่งจะพบได้มากตามแนวเขา มาผลิตเป็นขนมซึ่งพบได้ตามงานประเพณีสำคัญเท่านั้น
  • การมีส่วนร่วมของชุมชน :
    • จัดทำเอกสารเผยแพร่ “สมุนไพรป่าชุมชนบ้านบึงต้นชัน”
    • ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่เยาวชนในสถานศึกษาของชุมชน
    • เปิดศูนย์การเรียนรู้ “สวนป่าสมุนไพร”
  • กิจกรรมการอนุรักษ์ :
    • โครงการปลูกป่าไผ่หลากหลายสายพันธุ์ให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ เพื่อทดแทนป่าไผ่ที่ถูกทำลายและฟื้นฟูให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง
    • มีกิจกรรมปลูกต้นไม้ในพื้นที่ป่าชุมชนและบริเวณหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง
  • การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม : การนำวัสดุเหลือใช้ในชุมชนมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น กลุ่มปั้นมังกรด้วยขี้เลื่อย ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนได้อีกทางหนึ่งด้วย
ป่าชุมชนบ้านบุโบย

ป่าชุมชนบ้านบุโบย หมู่ที่ 3 ตำบลแหลมสน อำเภอละงู จังหวัดสตูล

  • ความเป็นมาของป่าชุมชน : ในอดีตบริเวณป่าแห่งนี้เคยถูกสัมปทานทำไม้และการเผาถ่าน ผนวกกับเหตุการณ์สึนามิได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตทรัพย์สินและธรรมชาติ ประชาชนในพื้นที่จึงเริ่มฟื้นฟูป่าไม้เพื่อเป็นปราการธรรมชาติปกป้องชุมชน
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าโกงกางที่สมบูรณ์ ได้รับการอนุมัติจัดตั้งโครงการป่าชุมชนจากกรมป่าไม้ ในปี 2552
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : “ราปน” ซึ่งเป็นอินทรียวัตถุที่เกิดจากการย่อยสลายของซากพืชซากสัตว์ในทะเลและป่าชายเลน มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ดินมีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก
  • การมีส่วนร่วมของชุมชน :
    • นำเสนอภูมิปัญญาท้องถิ่นต่างๆ สู่เยาวชน ผ่านโรงเรียนในชุมชน
    • จัดทำเอกสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่องปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพจากราปน
  • กิจกรรมการอนุรักษ์ :
    • กำหนดปริมาณการทำกระชังในพื้นที่ป่าชายเลน
    • “โครงการธนาคารปูม้า” เพื่อเพาะพันธุ์ปูม้าเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ และควบคุมการทำประมงปูม้าในฤดูวางไข่
    • ระหว่างการออกไปทำประมงในพื้นที่ ชาวบ้านจะนำกล้าไม้ใส่เรือหาปลาไปปลูกเสริมในบริเวณอื่น
  • การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม :
    • มีแผนการอัดแท่งราปนเป็นถ่าน เพื่อลดการใช้ทรัพยากรจากป่าชุมชน
    • นำ “เรือใบ” บริการนักท่องเที่ยวในการเยี่ยมชมป่าชายเลน ช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมันและเป็นมตรกับสิ่งแวดล้อม

รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านดงห้วยเย็น

ป่าชุมชนบ้านดงห้วยเย็น หมู่ที่ 14 ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 762 ไร่
  • ขึ้นทะเบียนกรมป่าไม้ : ปี 2547
  • ความเป็นมา : ในอดีตมีการลักลอบตัดต้นไม้ในระหว่างการสำรวจแร่และมีการบุกรุกป่าเพื่อจับจองที่ทำกิน ทำให้ป่าเสื่อมโทรม ขาดแคลนแหล่งน้ำ ชุมชนเริ่มตระหนักถึงผลกระทบจากป่าไม้ที่ถูกทำลาย จึงร่วมกันฟื้นฟูป่าและสร้างจิตสำนึกให้ชุมชนร่วมกันปกป้องดูแลรักษาป่าไม้ ไม่ให้มีการบุกรุกป่าจับจองที่ทำกินอีก
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : มีภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการใช้ประโยชน์สมุนไพร ทำให้บ้านดงห้วยเย็น เป็นที่รู้จักและยอมรับในวงการแพทย์ทางเลือกแผนไทย โดยนายอินสม สิทธิตัน ได้รับการยกย่องจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการให้เป็นครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 6 ด้านการแพทย์แผนไทยแบบองค์รวม
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าเต็งรังที่อุมสมบูรณ์ ไม้ที่พบได้แก่ เต็ง รัง พลวง มะกอกป่า คูน ไผ่และสมุนไพรชนิดต่างๆ มีนกยูงไทยอาศัยในป่ามากเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ มีตาน้ำที่มีน้ำตลอดทั้งปีจากห้วยปูคำ
  • ความเข้มแข็งของชุมชน:
    • จัดตั้งคณะกรรมการป่าชุมชน โดยมีการประชุมเป็นประจำทุกเดือน
    • จัดชุดออกลาดตระเวนและสำรวจพื้นที่ป่าชุมชน
    • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมสมาชิกในชุมชน รวมทั้งประสานความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอก
    • กำหนดกฎระเบียบการใช้ทรัพยากรป่าไม้อย่างชัดเจนและเกิดประโยชน์ต่อชุมชนและป่าคงอยู่อย่างยั่งยืน
  • การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม :
    • จัดทำประปาภูเขาเพื่อใช้อุปโภคบริโภคและการเกษตร ช่วยลดปริมาณการใช้น้ำประปา ลดการใช้ไฟฟ้าจากการสูบน้ำ
    • ใช้วัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติ เช่น กิ่งไม้ มาใช้เป็นเชื้อเพลิงแทนก๊าซหุ้งต้ม
    • จัดทำโครงการขยะแลกไข่ และนำขยะเปียกมาผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

รางวัลรองชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านตาดรินทอง

ป่าชุมชนบ้านตาดรินทอง หมู่ที่ 6 ตำบลธาตุทอง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 4,000 ไร่
  • ขึ้นทะเบียนกรมป่าไม้ : ปี 2551
  • ความเป็นมา : ประสบปัญหาการลักลอบตัดไม้อย่างหนักในพื้นที่ป่า ชุมชนและพระสงฆ์ในพื้นที่จึงร่วมกันออกลาดตระเวนเฝ้าระวังป้องกันการลักลอบตัดไม้ ทำให้ปัญหาการตัดไม้ค่อยๆ ยุติไป
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : การบริหารจัดการป่าใช้หลักการ “บวร” โดยมีพระสงฆ์จากวัดป่ามหาวัน วัดป่าสุคะโต วัดภูเขาทอง เป็นแกนนำสำคัญและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนในการอนุรักษ์ป่า
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าเต็งรังสลับป่าดิบ พันธุ์ไม้ที่พบ ได้แก่ เต็ง รัง มะค่าแต้ มะค่าโมง ตะเคียนทอง พยุง กำลังวัวเถลิง ม้ากระทืบโรง และมีไม้มะค่าแต้ ต้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
  • ความเข้มแข็งของชุมชน :
    • คณะกรรมการป่าชุมชนมีการประชุมอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน โดยมีสำนักสงฆ์ร่วมประชุมด้วย
    • จัดทำแผนพัฒนาป่าชุมชนประจำปี ใช้วิธีประชาคมหมู่บ้านและแนวคิด “บวร” (บ้าน-วัด-โรงเรียน) มาใช้ในการบริหารจัดการป่าชุมชน ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เช่น กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเลี้ยงวัว วัดป่ามหาวัน โรงเรียน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กรมป่าไม้ และภาคเอกชน
  • การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม :
    • การอบรมความรู้เรื่องพลังงาน และส่งเสริมให้ชุมชนทำเตาเผาถ่านขนาดเล็กจากเศษไม้ใช้ในครัวเรือน
    • การใช้กิ่งลำไยเป็นเชื้อเพลิงเสริมก๊าซหุ้งต้ม ทำให้ประหยัดรายจ่ายและยืดระยะเวลาใช้แก๊สหุงต้ม
ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง

ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง หมู่ที่ 10 ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 3,276 ไร่
  • ขึ้นทะเบียนกับกรมป่าไม้ : พ.ศ. 2552
  • ความเป็นมา : ป่าเคยถูกทำลายด้วยการทำสัมปทานหิน การตัดไม้เผาถ่าน การบุกรุกเพื่อทำที่อยู่อาศัยและการค้า ชุมชนจึงรวมตัวกันคัดค้านให้ยุติการสัมปทานหิน ในที่สุดกลุ่มนายทุนยอมถอยออกจากพื้นที่
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : คณะกรรมการป่าชุมชนประชุมร่วมกันทุกเดือน เพื่อจัดทำแผนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ พัฒนาป่าชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยได้รับความร่วมมือจากชุมชน องค์กรท้องถิ่น เยาวชน ผู้นำความคิด และพระสงฆ์
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าเต็งรังสลับกับป่าเบญจพรรณ พื้นที่ป่าแบ่งเป็น 3 ชั้น คือ ป่าชั้นนอกเป็นป่าไม้ใช้สอย ป่าชั้นกลางเป็นป่าปลูกเสริม และป่าชั้นในเป็นป่าอนุรักษ์ ต้นไม้ที่มีปัจจุบันเป็นไม้รุ่นที่สองที่เกิดจากตอไม้และลูกไม้
  • ความเข้มแข็งของชุมชน :
    • ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรีจัดทำหลักสูตร “เพชรบุรีศึกษา” เพื่อให้นักศึกษาศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน
    • พระสงฆ์ในพื้นที่ได้ช่วยดูแลป่า อีกทั้งกิจกรรมปลูกต้นไม้ในวันสำคัญร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น
  • การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม :
    • โครงการผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์มาทำก๊าซหุงต้มเพื่อใช้ในครัวเรือน
    • การนำเศษกิ่งไม้มาเผาถ่านใช้ในครัวเรือน และนำน้ำส้มควันไม้ที่ได้จากการเผาถ่านมาเป็นสารป้องกันศัตรูพืชเพื่อลดการใช้สารเคมี
ป่าชุมชนบ้านวังศิลาดิเรกสาร

ป่าชุมชนบ้านวังศิลาดิเรกสาร หมู่ที่ 3 ตำบลเพิ่มพูนทรัพย์ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 912 ไร่
  • ขึ้นทะเบียนกรมป่าไม้ : ปี 2553
  • ความเป็นมา : ในปี 2531 ประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ จากการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อทำเกษตรกรรม ประชาชนในหมู่บ้านจึงได้ร่วมกันฟื้นฟูป่า โดยมีการโน้มน้าวให้ราษฎรที่จับจองพื้นที่ป่าสละพื้นที่เป็นป่า และช่วยกันอนุรักษ์พื้นที่ป่าให้เป็นปราการป้องกันภัยของชุมชน
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : มีผึ้งป่าที่ช่วยผสมเกสรในสวนผลไม้ ทำให้มีผลผลิตงอกงาม ราษฎรมีรายได้จากการทำสวนผลไม้ ทั้งมังคุด ลองกอง โดยเฉพาะเงาะโรงเรียน จากอำเภอนาสารที่เป็นของขึ้นชื่อของจังหวัด
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : ป่าแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ป่าเขาหินปูน พันธุ์ไม้เด่น เช่น กล้วยไม้ตระกูลรองเท้านารี ตะเคียนหิน ปรง สัตว์ป่าที่พบ เช่น เลียงผา เม่นใหญ่ เม่นหางพวง และป่าดิบชื้น พันธุ์ไม้เด่น คือ กล้วยไม้มัจฉานุ เฟิร์นช้องนาง ตะแบก
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : ปลุกจิตสำนึกการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวทางการดำรงชีวิตของชุมชน เช่น จัดทำธนาคารอาหารชุมชน ปลูกต้นไม้สองข้างถนน เพาะกล้าไม้ท้องถิ่นเพื่อแจกจ่ายให้ชุมชนและผู้ที่มาเยี่ยมเยือนปลูกในพื้นที่ต่างๆ และปลูกไม้ป่าเสริมในพื้นที่ทำการเกษตร
  • การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม : ชุมชนใช้ถ่านจากกิ่งเงาะเป็นเชื้อเพลิงหุงต้มในครัวเรือนแทนการใช้ก๊าซ และจำหน่ายกิ่งเงาะเพื่อใช้แปรรูปเป็นถ่านอีกทางหนึ่ง

รางวัลป่าชุมชนดีเด่นด้านการจัดการป่าชุมชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”

ป่าชุมชนบ้านดงป่ายูง

ป่าชุมชนบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 หมู่ที่ 13 ตำบลสุคิริน อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส

  • ความเป็นมาของป่าชุมชน : เดิมเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายาที่ออกมาให้ความร่วมมือกับภาครัฐ และได้รับพระราชทานชื่อใหม่ว่า “บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12”
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าดิบชื้นที่หนาแน่นด้วยต้นไม้เล็กใหญ่ มีความหลากหลายทางชีวภาพ ได้แก่ เห็ด สมุนไพร กล้วยไม้ แมลง และสัตว์ป่านานาชนิด
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำสายบุรีที่ไหลหล่อเลี้ยงผู้คนหลายตำบล
  • การมีส่วนร่วมของชุมชน : ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามัคคี บริหารจัดการป่าชุมชนเป็นระเบียบแบบแผน สมาชิกในหมู่บ้านปฏิบัติตามกฎ กติกาอย่างเคร่งครัด ห้ามบุกรุกป่า ห้ามตัดต้นไม้ ห้ามล่าสัตว์ ห้ามเผาป่าและเผาถ่านในเขตป่าชุมชน และกำหนดบทลงโทษอย่างชัดเจน
  • กิจกรรมการอนุรักษ์ : ชุมชนผสานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับหลักคำสอนศาสนาอิสลาม “วาญิบ” ซึ่งหมายถึงเป็นหน้าที่ของทุกคน มาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการป่าว่า ทุกคนในหมู่บ้านจะต้องร่วมกันอนุรักษ์ป่า
  • การใช้ประโยชน์ :
    • เป็นแหล่งอาหารเพื่อการบริโภคในครัวเรือน และเพิ่มรายได้จากการขายผลผลิตจากป่าเช่น สะตอ ประ ใบเหลียง ผักหวาน
    • ใช้ผลผลิตจากป่าชุมชนเสริมสร้างวิสาหกิจชุมชน เช่น หวายต่างๆ ใช้ผลิตกระบี่หวาย ไม้ง่ามสำหรับลูกเสือ และไม้กวาดดอกหญ้า เพิ่มรายได้แก่ครัวเรือน

รางวัลรองชนะเลิศป่าชุมชนด้านการจัดการป่าชุมชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ป่าชุมชนบ้านบึงต้นชัน

ป่าชุมชนบ้านบุญแจ่มตำบลบ้านเลา อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่

  • ความเป็นมาของป่าชุมชน : ในอดีตชาวบ้านจับจองทำไร่เลื่อนลอย กระทั่งเกิดอุทกภัยได้รับความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ผู้นำและชาวบ้านจึงขอสร้างอ่างเก็บน้ำและอนุรักษ์ป่าเพื่อป้องกันอุทกภัยและภัยแล้ง
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : ชาวบ้านร่วมกันดูแลรักษาป่าเพื่อให้เกิดฝนตกต้องตามฤดูกาล มีน้ำสะสมในอ่างแม่กำปองที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตและภาคการเกษตรของชุมชน
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : บ้านบุญแจ่มได้รับคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และวัฒนธรรม โดยมีป่าชุมชนเป็นจุดขาย
  • การมีส่วนร่วมของชุมชน :
    • ร่วมกันการทำฝายชะลอน้ำ, ปลูกหญ้าแฝก, ทำแนวป้องกันไฟป่า ฯลฯ และเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้ามาเรียนรู้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
    • จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ ถ่ายทอดความรู้เรื่อง การเลี้ยงหมูป่า การเพาะเห็ด ฯลฯ ให้ชาวบ้าน
  • กิจกรรมการอนุรักษ์ : จัดทำฐานการเรียนรู้ต่างๆ ในป่าชุมชน เช่น ฐานป่าเต็งรัง, ฐานเถาวัลย์, ฐานต้นดิ๊กเดียม เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้และถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ที่สนใจ
  • การใช้ประโยชน์ : จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจต่าง ๆ เช่น กลุ่มจักสาน, กลุ่มมะขามแก้ว
ป่าชุมชนบ้านดงป่ายูง

ป่าชุมชนบ้านดงป่ายูง ตำบลนาถ่อน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

  • ความเป็นมาของป่าชุมชน : ชุมชนได้จัดตั้งกลุ่มเด็กเยาวชนพื่อเป็นแนวร่วมอนุรักษ์ป่าผืนเดิม และปลูกป่าเพิ่มเติมในพื้นที่ป่าสาธารณะซึ่งเป็นป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : มีตนไม้น้อยใหญ่ขึ้นทั่วบริเวณป่า พืชที่พบเช่น ไผ่พันธุ์ต่างๆ
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : มีกลุ่มเยาวชนที่เข้มแข็งร่วมกับชุมชนขับเคลื่อนการอนุรักษ์ป่าไม้และหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
  • การมีส่วนร่วมของชุมชน :
    • เยาวชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในกิจกรรมของชุมชน
    • จัดประชุมทุกเดือนเพื่อรายงานกิจกรรมต่างๆและแผนงานในอนาคต
  • กิจกรรมการอนุรักษ์ :
    • น้อมนำหลักการปลูก "ไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง" เพื่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพในป่า
    • ร่วมกันปลูกต้นไผ่ทดแทน ด้วยเล็งเห็นว่าหากใช้สอยประโยชน์แต่ขาดการอนุรักษ์จะทำให้ชุมชนขาดแคลนต้นไผ่ซึ่งเป็นไม้ประเภทหลักที่ชุมชนใช้สอยประโยชน์
  • การใช้ประโยชน์ : ผลิตและจำหน่ายกระติบข้าว และเครื่องจักสานต่างๆ เป็นอาชีพเสริมของชุมชน

รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี

ป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี หมู่ที่ 2 ตำบลหนองโรง อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี

  • พื้นที่ป่าชุมชน : ประมาณ 910 ไร่
  • ความเป็นมา : เคยถูกกลุ่มนายทุนบุกรุกพื้นที่ป่า ชาวบ้านในพื้นที่จึงช่วยกันทำแนวเขตต้นไม้เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดรุกล้ำ ปี พ.ศ. 2517 มีการรังวัดและปักหลักเขตด้วยเสาคอนกรีต และทำคันดินเป็นแนวเขตป่า และร่วมกันปลูกต้นไม้ประจำทุกปี
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : ความเข้มแข็งของป่าชุมชนบ้านห้วยสะพาน ทั้ง 4 หมู่บ้าน ที่ช่วยกันปกป้องดูแลรักษาป่าจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล กระทั่งป่ากลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าเต็งรัง โดยจำแนกพื้นที่เป็น 2 ชนิด คือ ป่าธรรมชาติ และป่าปลูก โดยมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ชั้น คือ
    • ป่าชั้นนอก หรือป่าเพื่อการใช้สอย มีเนื้อที่ประมาณ 55 ไร่
    • ป่าชั้นกลาง หรือ ป่าปลูกเสริม มีเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่
    • ป่าชั้นที่ในหรือป่า เพื่อการอนุรักษ์
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : จัดกิจกรรมสร้างเครือข่าย เป็นวิทยากรบรรยายเรื่องการจัดการป่าชุมชน ฝึกอบรม รสทป. มีเป้าหมายขยายเครือข่ายให้ครบทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดกาญจนบุรี
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : จัดตั้งกลุ่มอาชีพต่างๆ ขึ้นในหมู่บ้านโดยนำวัตถุดิบในป่า เช่น ตอไม้ประดิษฐ์ นำพืชอาหารป่าในป่าชุมชนมาบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้เสริมของครอบครัว การปลูกผักสวนครัวไว้บริโภค การผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้ในการเกษตรแทนการใช้ปุ๋ยเคมี

รางวัลรองชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านมีสุข

ป่าชุมชนบ้านมีสุข หมู่ 8 ตำบลวังจันทร์ อำเภอสามเงา จังหวัดตาก

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 1,485 ไร่
  • ความเป็นมา : อดีตมีการบุกรุกพื้นที่ ตัดต้นไม้เพื่อนำมาเผาถ่านขาย ทำให้เกิดไฟป่าขึ้นทุกปี จากปัญหาดังกล่าว ผู้นำหมู่บ้านบ้านมีสุขได้จัดประชุมหารือกับชุมชนเพื่อจัดทำโครงการป่าชุมชน พลิกฟื้นป่าไม้และความอุดมสมบูรณ์ให้คืนมาดังเดิม
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : ความร่วมมือจากคนในชุมชนและหมู่บ้านใกล้เคียง มีกรรมการที่เข้มแข็ง มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติและศึกษาพันธุ์ไม้ในพื้นที่ป่าชุมชน มีการที่ปลูกเสริมป่าการทำ ฝายชะลอน้ำ รวมถึงการปลูกป่าในวันสำคัญต่างๆของชุมชนเพื่อให้ป่าคงสภาพสมบูรณ์อยู่ตลอดเวลา
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าเต็งรัง พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น เต็ง, รัง, ไผ่, สัก ,แดง, ประดู่ งิ้วป่า,มะกอก พืชสมุนไพร
  • ความเข้มแข็งของชุมชน :
    • กิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ และกิจกรรมสร้างแนวกันไฟ - กิจกรรมสร้างหอสังเกตการณ์ไฟป่า
    • จัดตั้งศูนย์เรียนรู้
    • จัดสรรพื้นที่สำหรับใช้สอย อนุรักษ์ และปลูกฟื้นฟู
  • การใช้ประโยชน์จากป่า :
    • อนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่าให้อยู่ตามธรรมชาติในป่าชุมชน
    • เป็นแหล่งศึกษาความรู้สำหรับนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป
    • เป็นสถานที่ที่สามารถทำรายได้ให้กับชาวบ้านบ้านมีสุขและหมู่บ้านใกล้เคียง
บ้านตาดรินทอง

บ้านตาดรินทอง หมู่ ๖ ตำบลธาตุทอง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 4,000 ไร่
  • ความเป็นมา : ป่าชุมชนแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์เป็นทุนเดิม จากการร่มกันดูแลรักษาป่าของคนในชุมชน และใน ปี 2539 เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาส่งเสริมการจัดการป่าชุมชนอบรมราษฎรเกี่ยวกับการจัดการป่าชุมชนทำให้มีการบริหารจัดการป่าอย่างยั่งยืน
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : เป็นป่าชุมชนที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งอาหารของชุมชนและสัตว์น้อยใหญ่ภายในป่า คนในชุมชนสามารถดำรงชีวิตโดยการพึ่งพิงป่าได้ เป็นแหล่งน้ำให้กับชุมชนได้ใช้สอย ทั้งยังเป็นแหล่งศึกษาดูงานของผู้ที่สนใจทั่วไปเพื่อรณรงค์ให้มีจิตสำนึกในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าเต็งรังสลับป่าเบญจพรรณ ที่อุดมสมบูรณ์ แบ่งลักษณะพันธุ์ไม้ ดังนี้ ไม้ชั้นบน ได้แก่ เต็ง รัง มะค่าแต้ มะค่าโมง ประดู่ป่า ไม้ชั้นกลาง ได้แก่ ไผ่รวก ไผ่โจด ผักหวาน ไม้ชั้นล่าง ได้แก่ สาบเสือ หญ้าเพ็ก หญ้าคา ดอกกระเจียว
  • ความเข้มแข็งของชุมชน :
    • กลุ่มเยาวชนเด็กรักนก เข้ามาศึกษานกในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านตาดรินทอง(ภูหลง)และได้ถ่ายความรู้ให้กับเยาวชนบ้านตาดรินทอง
    • โครงการธรมมะยาตรา เป็นแกนนำหลักในการรณรงค์รักษา ต้นน้ำลำปะทาว ตั้งแต่ ปี 2543
    • ร่วมกันกันพื้นที่เป็นป่าชุมชน
    • ทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และติดป้ายพันธุ์ไม้
  • การใช้ประโยชน์จากป่า :
    • เป็นแหล่งน้ำ
    • เป็นแหล่งไม้ใช้สอย
    • เป็นแหล่งเรียนรู้
    • เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ
    • เป็นที่ที่ทำให้เกิดความมีส่วนร่วมของชุมชน
ป่าชุมชนบ้านถ้ำผึ้ง

ป่าชุมชนบ้านถ้ำผึ้ง หมู่ที่ 5 ตำบลต้นยวน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 1,636 ไร่
  • ความเป็นมา : พื้นที่บ้านถ้ำผึ้งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตสัมปทานทำไม้ ซึ่งราษฎรได้ต่อสู้เพื่ออนุรักษ์ผืนป่าต้นน้ำตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2527 จนกระทั่งมีการปิดสัมปทานเมื่อปี พ.ศ.2532 ราษฎรได้ร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าที่เหลืออยู่ให้มีสภาพอุดมสมบูรณ์และเป็นป่าชุมชนของหมู่บ้าน โดยมีการกำหนดกฎระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดการป่าชุมชนไว้ และมีการคัดเลือกคณะกรรมการป่าชุมชนในการดำเนินการบริหารจัดการป่า
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : แบ่งการใช้ประโยชน์จากป่าเป็น 3 ส่วนคือ ป่าต้นน้ำ, ป่าธนาคารอาหารชุมชน และป่าเพื่อการใช้สอย
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : ป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ท่ามกลางธรรมชาติแบบภูเขาหินปูนและหุบเขา โดยมีถ้ำที่มีผึ้งอาศัยอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก
  • ความเข้มแข็งของชุมชน :
    • จัดทำธนาคารอาหารชุมชน ปลูกต้นไม้สองข้างถนน ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวร่วมปลูกต้นไม้ด้วยการจัดเตรียมกล้าไม้ที่มีในท้องถิ่นสำหรับปลูกในโอกาสต่างๆ
    • สนับสนุนกลุ่มท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ทำให้มีรายได้เสริมเช่น นำผลผลิตจากป่ามาจำหน่าย การนำเที่ยว
  • การใช้ประโยชน์จากป่า :
    • เป็นแหล่งอาหารของชุมชน เช่น น้ำผึ้ง ผักเหลียง ไผ่ตง สะตอ สมุนไพรต่างๆ นำมาบริโภคในครัวเรือนและเก็บจำหน่ายสร้างรายได้ให้ชุมชนอีกทางหนึ่ง
    • เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ชุมชนได้ปรับปรุงพื้นที่ป่าชุมชนบางส่วนเป็นแหล่งศึกษาดูงาน แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

รางวัลป่าชุมชนดีเด่น ด้านการพัฒนาสู่ความยั่งยืน - ภาคเหนือ

ป่าชุมชนบ้านเด่นพัฒนา

ป่าชุมชนบ้านเด่นพัฒนา หมู่ ๑๒ ตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน

  • ความเป็นมาของป่าชุมชน : เดิมชาวบ้านเรียกว่า ป่าห้วยส้อ ในอดีตเป็นที่ทำไร่เลื่อนลอยของคนในชุมชน ปี 2541 ชุมชนรวมกลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ที่เป็นรูปธรรมโดยขยายเป็นเครือข่าย “กลุ่มรักษ์น้ำส้อ”
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า :
    • มีลำน้ำห้วยส้อและห้วยสาขาที่ผันน้ำมาใช้ในภาคเกษตรกรรม และทำเป็นระบบประปาภูเขาในการอุปโภคบริโภคของคนในชุมชน
    • พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น ต้นสัก ต้นประดู่ ต้นตะเคียน เป็นต้น และมีสมุนไพรที่นำมาทำเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : ป่าห้วยส้อเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพ
  • การมีส่วนร่วมของชุมชน : “กลุ่มรักษ์น้ำส้อ” เป็นการดำเนินการร่วมกันของประชาชนสองหมู่บ้าน คือ บ้านเด่นพัฒนา หมู่ ๑๒ และบ้านส้อ หมู่ ดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์ป่าห้วยส้อซึ่งเป็นป่าต้นน้ำที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน
  • กิจกรรมการอนุรักษ์:
    • การปลูกป่า ทั้งป่าชุมชนในพื้นที่เขตอนุรักษ์และป่าชุมชนบริเวณโรงเรียน พื้นที่ป่าสุสาน โดยอาศัยความร่วมมือจากคนในชุมชน วัด และโรงเรียน
    • การทำแนวกันไฟ ในช่วงฤดูแล้งในพื้นที่เสี่ยง
  • การใช้ประโยชน์ :
    • เป็นแหล่งต้นน้ำถาวร ประชาชนในพื้นที่มีน้ำใช้ในการเกษตรตลอดปี รวมถึงมีน้ำอุปโภคบริโภคในครัวเรือนจากระบบประปาภูเขา
    • เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์แม่น้ำน่าน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยการขยายเครือข่ายของป่าชุมชนไปในหลายหมู่บ้านให้เข้ามาบริหารจัดการป่าร่วมกัน

รางวัลป่าชุมชนดีเด่น ด้านการพัฒนาสู่ความยั่งยืน - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ป่าชุมชนบ้านภูหมากเค็ง

ป่าชุมชนบ้านภูหมากเค็ง บ้านสงเปือย หมู่ที่ 3 ตำบลดงมอน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

  • ความเป็นมาของป่าชุมชน : เดิมมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้าลักลอบตัดไม้อยู่เป็นประจำ คนในชุมชนจึงรวมตัวกันปรึกษาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เพื่อจัดทำโครงการป่าชุมชน และได้รับอนุมัติให้จัดทำโครงการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าเต็งรังบางส่วนและป่าเบญจพรรณขึ้นอยู่ตามร่องน้ำ มีความหลากหลายทางชีวภาพ พันธุ์ไม้มีค่าทางเศรษฐกิจที่พบ เช่น เต็ง รัง ประดู่ สมอ มะค่าโมง ก่อ แดง ผักหวาน ฯลฯ
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : เป็นแหล่งต้นน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยไร่ 2 ตามแนวพระราชดำริ มีประวัติการต่อสู้กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ลักลอบตัดไม้มีค่าในพื้นที่ป่าชุมชน ปัจจุบันชุมชนร่วมกันดูแลผืนป่าจนอุดมสมบูรณ์
  • การมีส่วนร่วมของชุมชน :
    • ประสานฝ่ายปกครองให้สนับสนุนด้านบุคลากร
    • ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สนับสนุนด้านงบประมาณ
  • กิจกรรมการอนุรักษ์ :
    • จัดทำแนวเขตป่าชุมชนให้ชัดเจน
    • จัดทำป้ายโครงการ ป้ายกฎระเบียบ ป้ายแนวเขต
    • จัดชุดลาดตะเวน
    • ถ่ายทอดความรู้ให้กลุ่มเยาวชนที่จะเป็นผู้สืบสานต่อไป
  • การใช้ประโยชน์ : เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้สู่กลุ่มเยาวชนคนรักษ์ป่า และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

รางวัลป่าชุมชนดีเด่น ด้านการพัฒนาสู่ความยั่งยืน - ภาคกลางและภาคตะวันออก

ป่าชุมชนบ้านเขาใหญ่

ป่าชุมชนบ้านเขาใหญ่ บ้านเขาใหญ่ หมู่ 4 ตำบลพลวงทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี

  • ความเป็นมาของป่าชุมชน : ปี พ.ศ. 2549 ผู้นำท้องถิ่นกันป่าผืนนี้ไว้เป็นป่าชุมชนและสร้างความรู้ ความเข้าใจกับชุมชนถึงความหมายและความสำคัญของป่าชุมชน และขออนุญาตจัดตั้งป่าชุมชนอย่างถูกต้องกับกรมป่าไม้
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าดิบชื้นมีความหลากหลายทางชีวภาพ มีพันธุ์ไม้เบญจพรรณหลายชนิด และยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิดทั้งสัตว์ใหญ่ ได้แก่ ช้างป่า ควายป่า วัวกระทิง วัวแดง เสือโคร่ง หมี เก้ง กวาง กระจง เม่น และสัตว์เล็ก
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : วัตถุประสงค์การจัดตั้งป่าชุมชนเริ่มแรกเพื่อกันขอบเขตการบุกรุกป่าและดูแลรักษาป่า
  • การมีส่วนร่วมของชุมชน :
    • ส่งเสริมการสร้าง ป่าครอบครัว การนำป่ามาไว้ในบ้าน เพื่อลดการใช้ทรัพยากรในป่าเกินความจำเป็น
    • พัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์จากป่าเป็นวิสาหกิจชุมชน
  • กิจกรรมการอนุรักษ์:
    • ส่งเสริมพันธุ์กล้าไม้หายาก (ตาลหก) ให้เป็นเป็นไม้ประจำถิ่นและเป็นไม้เศรษฐกิจโดย
    • การจัดทำแปลงเพาะพันธุ์ และเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติเป็นต้น
  • การใช้ประโยชน์ : คณะกรรมการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ จากไม้ที่ล้มหมอนนอนไพรนำมาเปิดประมูลให้สมาชิกนำไปสร้างบ้านเรือนไ โดยนำรายได้มาจัดตั้งกองทุนป่าชุมชนไว้พัฒนาป่าต่อไป

รางวัลป่าชุมชนดีเด่น ด้านการพัฒนาสู่ความยั่งยืน - ภาคใต้

ป่าชุมชนสวนสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ตำบลชะอวด

ป่าชุมชนสวนสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ตำบลชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช

    • ความเป็นมาของป่าชุมชน : ในอดีตมีการบุกรุกจับจองพื้นที่ทำกินและเกิดไฟไหม้พรุจนป่าได้รับความเสียหายอย่างหนัก ชาวบ้านจึงรวมตัวกันฟื้นฟูป่าพรุด้วยการขุดคูน้ำล้อมรอบเพื่มความชุ่มชื้นให้พื้นดินบริเวณป่า
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : เป็นป่าที่อุดมสมบรูณ์มีสัตว์จำนวนมากอาศัยอยู่ในป่า โดยเฉพาะ นกน้ำ
  • จุดเด่นของป่าชุมชน : น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้กับการจัดการป่า บนหลักทางสายกลาง ที่ใช้สอยอย่างพอประมาณ จัดการอย่างมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
  • การมีส่วนร่วมของชุมชน :
    • พัฒนาเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง
    • พัฒนากองทุนให้มีความเข้มแข็ง ตรวจสอบได้
  • กิจกรรมการอนุรักษ์ : ชาวบ้านร่วมใจกันทำแนวเขตกันการบุกรุกและเพิ่มความชุ่มชื้นในผืนป่าป้องกันไฟไหม้และการบุกรุก ด้วยการขุดคูล้อมรอบ
  • การใช้ประโยชน์ : เป็นแหล่งอาหารให้กับคนในชุมชน เช่น ไข่มดแดง การใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ เช่น การจับปลาใน, การใช้น้ำเพื่อการเกษตรกรรม รวมทั้งการสานกระจูดเพื่อจำหน่ายเพิ่มรายได้ให้ชุมชน

รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านกลาง

ป่าชุมชนบ้านกลาง ตำบลบางเตย อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา

  • ความเป็นมา : จากการสัมปทานเหมืองแร่ ป่าชายเลนระหว่างปี 2522-2532 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการดำรงชีวิตของชาวชุมชนบ้านกลาง ในปี 2535 จากพื้นที่ว่างเปล่าได้รับการฟื้นฟูด้วยการร่วมแรงร่วมใจของชาวชุมชนบ้านกลาง ปลูกต้นไม้และพัฒนาพื้นที่ขึ้นมาใหม่ ทำให้ป่าชายเลนแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ดังเดิมและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำตามธรรมชาติ เอื้อประโยชน์ในการดำรงชีพของชุมชนจวบจนทุกวันนี้
  • การจัดการป่าชุมชนอย่างเป็นระบบมีส่วนร่วม : การจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและราษฎรในชุมชนด้วยการควบคุม ดูแล รักษาและบำรุงป่า ทำให้ป่าชายเลนดังกล่าว เป็นแหล่งอาหารและแหล่งใช้ไม้สอยของราษฎร และพัฒนาให้เป็นป่าไม้ที่สมบูรณ์ขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์สนองตอบต่อความจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีพ
  • กิจกรรมการอนุรักษ์ :
    • จำแนกพื้นที่ป่าชุมชน จำนวน 3 แปลงรวมเนื้อที่ประมาณ 3,156 ไร่เป็นป่าอนุรักษ์
    • ทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง 843 เมตร และติดป้ายพันธุ์ไม้ เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับเยาวชนใน ชุมชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม
    • จัดตั้งศูนย์เรียนรู้เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักท่องเที่ยวและเยาวชนจากท้องถิ่นอื่น
  • การใช้ประโยชน์ :
    • เป็นแหล่งเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายของคนในชุมชน
    • เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชน ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง
    • เป็นที่ป้องกันภัยธรรมชาติ
    • ทางด้านจิตใจ เพราะชุมชนสร้างป่าด้วยจิตสำนึกและตั้งใจจริง

รางวัลป่าชุมชนดีเด่น ด้าน “เยาวชนคนรักษ์ป่า”

ป่าชุมชนบ้านหนองผุก

ป่าชุมชนบ้านหนองผุก ตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน

  • ความเป็นมาของป่าชุมชน : ในอดีตบริเวณนี้ผ่านสัมปทานทำไม้และมีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าของชาวบ้าน รวมทั้งการทำไร่เลื่อนลอยของชาวเขา ปัจจุบันได้รับการฟื้นฟูเป็นป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : ประกอบด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่หลายสายพันธุ์ซึ่งก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งสมุนไพรนานาชนิด และพืชอาหารกินได้ เช่น หน่อไม้ เฟิร์น เห็ด
  • จุดเริ่มต้นของ “เยาวชนคนรักษ์ป่า” : ริเริ่มจาก โครงการผ้าป่าพี่ช่วยน้อง จัดซื้ออุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน พัฒนาชุมชน วัด โรงเรียน กิจกรรมเดินสำรวจป่า เพื่อทำแนวกันไฟป่า และก่อตั้งสวนพฤกษศาสตร์บ้านหนองผุก
  • การมีส่วนร่วมของชุมชน : ผู้ปกครองในพื้นที่สนับสนุน “ละอ่อนฮักป่า” เข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ป่าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเยาวชนเหล่านั้นเติบโตขึ้นมาพร้อมกับความหวงแหนและจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้
  • กิจกรรมการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ : สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน รวบรวมพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ ให้เป็นแหล่งความรู้ในโรงเรียน และเป็นสถานที่รวบรวมพันธุ์ไม้ท้องถิ่น โครงการนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดเยาวชนคนรักษ์ป่าบ้านหนองผุกเข้มแข็งและเป็นกำลังสำคัญในการสานต่อเจตนารมณ์รักษ์ป่าของชุมชน
  • กิจกรรมในโครงการสวนพฤกษศาสตร์ :
    • การสำรวจพันธุ์ไม้ที่เป็นพืชสมุนไพร บริเวณป่าชุมชน และศึกษาเรื่องสมุนไพรจากปราชญ์ชาวบ้าน
    • กิจกรรมสำรวจป่าชุมชนเพื่อศึกษาลักษณะสภาพป่า พันธุ์ไม้ พืชสมุนไพรต่างๆ ความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งน้ำตามลำห้วยต่าง ๆ
    • กิจกรรมศึกษาแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาตินอกห้องเรียนป่าห้วยข้าวหลามของเยาวชนโรงเรียนบ้านหนองผุก

รางวัลป่าชุมชนดีเด่นระดับภาคเหนือ

ป่าชุมชนบ้านป่ากล้วย

ป่าชุมชนบ้านป่ากล้วย ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

  • ความเป็นมา : ประชากรบ้านป่ากล้วยส่นใหญ่เป็นชนเผาปะกากะญอ ชุมชนตระหนักถึงภัยของการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้เพื่อจับจองเป็นที่ทำกินและที่อยู่อาศัย การล่าสัตว์ป่า รวมถึงการจับปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างไม่ถูกต้องที่ส่งผลเสียหายต่อระบบนิเวศ จึงรวมตัวกันตั้งแต่ปี 2547 เพื่อช่วยกันดูแลรักษาป่า จนคงความอุดมสมบูรณ์ทั้งผืนป่าและสายน้ำจนทุกวันนี้
  • สภาพพื้นที่ป่า : เป็นป่าเบญจพรรณผสมป่าดิบแล้ง ที่มีความหนาแน่นของพันธุ์ไม้ สัตว์ป่า รวมถึงสมุนไพรนานาชนิด นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำ มีตาน้ำอยู่หลายแห่งซึ่งเป็นลำน้ำสาขาแม่สะเรียง ซึ่งเส้นเลือดใหญ่ของชาวแม่สะเรียงที่สายน้ำไหลตลอดปี
  • การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน : จัดกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์ป่าชุมชนต้นน้ำ รวมทั้งการอนุรักษ์พันธุ์ปลาในลำห้วย โดยใช้ “กล้วย”ที่มีมากในชุมชนเป็นพันธุ์พืชหลักที่ใช้ปลูกทั้งในบ้านและในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ช่วยอุ้มน้ำและความชุ่มชื้นให้กับดินจนทำให้ พื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง
  • การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง :
    • กิจกรรมบวชป่า ดำเนินการต่อเนื่องจนเป็นต้นแบบของพิธีบวชป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
    • กิจกรรมอนุรักษ์ปลา โดยการกำหนดเขตอภัยทาน เพื่อให้เป็นแหล่งกระจายพันธุ์สัตว์น้ำ
    • กิจกรรมการสร้างเครือข่ายการอนุรักษ์ทรัพยากร
  • การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนสอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง :
    • กิจกรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
    • สร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น เพื่อเป็นการอุ้มน้ำไว้ เพื่อให้ความชุ่มชื้นแผ่กระจายลงในพื้นดิน

รางวัลป่าชุมชนดีเด่นระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ป่าชุมชนดงกระแสน

ป่าชุมชนดงกระแสน ตำบลท่าจำปา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

  • ความเป็นมา : เคยมีกลุ่มนายทุนเข้ามากว้านซื้อที่ดินเพื่อปลูกไม้เศรษฐกิจและไม้ยางพารา โดยว่าจ้างให้ราษฎรบางกลุ่มบุกรุก แผ้วถางพื้นที่ป่าเป็นจำนวนมาก ต่อมาชาวบ้านรวมกลุ่มกันเคลื่อนไหวดูแลรักษาป่าผืนนี้ จนปี 2543 ป่าดงกระแสนกลายเป็นที่สาธารณประโยชน์ เพื่อให้ประชาชนใช้ร่วมกัน
  • สภาพพื้นที่ป่า : เป็นป่าผสมผสานระหว่างป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าบุ่งป่าทาม ก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ เป็นแหล่งต้นน้ำหลายสายที่ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ ฮ่องภูแวง ห้วยทราย พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ก่อหนาม ไผ่ เห็ดแดง และเห็ดดิน เป็นต้น และที่สำคัญ คือ ต้นกระแสน
  • การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน : จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อบำรุงรักษาและป้องกันการบุกรุกทำลายป่า พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น การส่งเสริมให้ป่าชุมชนดงกระแสนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและศึกษาธรรมชาติของเยาวชนในชุมชนรอบๆ ป่า
  • การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง :
    • จัดกิจกรรมการศึกษาธรรมชาติโดยร่วมกับโรงเรียนภายในตำบล
    • กิจกรรมการอนุรักษ์กล้วยไม้
    • กิจกรรมถ่ายทอดความรู้เรื่องพืชสมุนไพรแก่กลุ่มเยาวชน
    • จัดตั้งกฎกติกาในการเข้าใช้ประโยชน์จากป่าชุมชน
    • จัดทำแนวกันไฟรอบพื้นที่ป่าชุมชน
  • การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนสอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : กิจกรรมปลูกต้นไม้ ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาและฟื้นฟูป่าชุมชน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริ เรื่อง การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง มาเป็นแนวทางในการดำเนินการ

รางวัลป่าชุมชนดีเด่นระดับภาคกลางและภาคตะวันออก

ป่าชุมชนดงกระแสน

ป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี ตำบลหนองโรง อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี

  • ความเป็นมา : เกิดการจับจองพื้นที่ป่าเป็นที่ทำกิน ส่งผลให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้คุณภาพชีวิตและปัจจัยในการดำรงชีพถดถอย ชาวบ้านห้วยสะพานจึงลงมติกันว่า จะต้องเอาที่ดินบริเวณป่าไม้ที่ถูกบุกรุกและเป็นพื้นที่ที่ใช้สาธารณประโยชน์คืนจากกลุ่มนายทุน จึงได้รวมกลุ่มกันเพื่อป้องกัน และเร่งฟื้นฟูป่าชุมชนให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิม จากความร่วมมือกันดังกล่าวจึงเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านใหม่ว่า “บ้านห้วยสะพานสามัคคี”
  • สภาพพื้นที่ป่า : เป็นป่าเต็งรัง ป่าโปร่ง มีไม้ขนาดใหญ่เล็กจำนวนมาก พันธุ์ไม้ที่พบ ได้แก่ เต็ง รัง พลวง และไม้เรือนยอด เป็นต้น
  • การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน : จัดโครงสร้างคณะกรรมการ คณะทำงาน และกำหนดบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มอย่างชัดเจน โดยแบ่งผู้นำออกเป็น 2 ประเภทดังนี้คือ
    • ผู้นำที่เป็นทางการ ประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. และสมาชิก อบต.
    • ผู้นำทางธรรมชาติ ประกอบด้วย ผู้นำด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และผู้นำด้านศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน
  • การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง :
    • กิจกรรมที่ส่งเสริมการพัฒนาฟื้นฟูป่าไม้
    • กิจกรรมอนุรักษ์น้ำตกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของป่ารังหนา
    • การเผยแพร่ความรู้เรื่องการอนุรักษ์แก่สมาชิกกลุ่มและบุคคลทั่วไป
    • กิจกรรมการจัดเวรยามดูแลรักษาป่า
  • การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนสอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : น้อมนำแนวพระราชดำริเพื่อมิให้เกษตรกรเข้าบุกรุกทำลายป่าไม้ รวมทั้งการพัฒนาอาชีพป่าไม้และอาชีพอื่น เพื่อเพิ่มรายได้ของชาวบ้าน และทำให้ชาวบ้านห้วยสะพานสามัคคีมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และลดการพึ่งพิงป่า

รางวัลป่าชุมชนดีเด่นระดับภาคใต้

ป่าชุมชนดงกระแสน

ป่าชุมชนอ่าวอ้ายยอ บ้านถ้ำตลอด ตำบลน้ำตก อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

  • ความเป็นมา : ป่าผืนนี้รอดพ้นจากการถูกทำลายและบุกรุกพื้นที่เพื่อการทำสวนยางพารา เนื่องจากชาวบ้านได้ร่วมมือกันดูแลรักษาให้เป็นป่าชุมชน เพื่อเป็นแหล่งอาหาร สมุนไพรและของป่า
  • สภาพพื้นที่ป่า : ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าควนออก – บ้านน้ำตก พืชสำคัญในบริเวณนี้ได้แก่ กระท้อน กระบก กระบาก กระเบาลิง ตะเคียน กันเกรา สะตอ เนียง ลางสาดเขา และ จำปาป่า เป็นต้น
  • การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน :
    • หน่วยงานรัฐโดยกรมป่าไม้ส่งเสริมการฝึกอบรมราษฎรหลักสูตรป่าชุมชนสนับสนุนกล้าไม้และการจัดการดูแลรักษา ทำแนวเขต การเสริมสร้างองค์กรป่าชุมชนด้วยการจัดสัมมนาเวทีชาวบ้าน
    • มีองค์กรสนับสนุน เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลส่วนจัดการป่าชุมชน/สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 12 (นครศรีธรรมราช)กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 (ค่ายศรีนครินทรา)
  • การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง :
    • คณะกรรมการป่าชุมชนร่วมกันตรวจสอบดูแลรักษาป่าชุมชนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
    • มีกฎระเบียบและข้อบังคับในการควบคุมดูแลรักษาป่า
    • มีการแบ่งพื้นที่ป่าชุมชนตามวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ประกอบด้วย พื้นที่เพื่อการใช้สอย เช่น บริเวณเก็บหาของป่า, บริเวณที่เลี้ยงสัตว์, บริเวณปลูกป่าเพื่อใช้สอย พื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ เช่น บริเวณต้นน้ำลำธาร, บริเวณพื้นที่สูงชัน
  • การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนสอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : การใช้สอยประโยชน์จากป่าอย่างพอเหมาะ พอดี และ ปลูกป่าในใจคน กับชาวบ้านในพื้นที่และเยาวชน

รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านห้วยไร่บูรพา

ป่าชุมชนบ้านห้วยไร่บูรพา ตำบลอูบมุง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

  • พื้นที่ป่าชุมชน : ขนาด 1,545 ไร่
  • ความเป็นมา : เมื่อปี 2543 ความพยายามต่อสู้กับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ประสบความสำเร็จ ริเริ่มโครงการ “ราษฏรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า” หรือ รสทป. จากความร่วมมือระหว่างกองทัพภาคที่ 2 กับป่าไม้เขตจังหวัดอุดรธานีได้เปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมของคนในชุมชนให้มีจิตสำนึกในการใช้ประโยชน์จากผืนป่าร่วมกัน พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ไว้ให้เป็นมรดกที่สำคัญแก่ลูกหลานสืบต่อไป
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นลักษณะผสมระหว่างป่าเต็งรังป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ที่มีความอุดมสมบูรณ์มากและเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญแก่คนในชุมชน ซึ่งสามารถหาอาหารต่างๆ ได้ตามฤดูกาล
  • การจัดการป่าชุมชนอย่างเป็นระบบมีส่วนร่วม : จัดการทำด่านตรวจการณ์ สร้างหอดูไฟ ลาดตระเวณในการป้องกันรักษาป่าและจัดโครงการจิตอาสารักษ์ป่าชุมชน โดยการนำเยาวชนในท้องถิ่นเข้ามาศึกษาเรียนรู้ระบบการจัดการป่าชุมชนร่วมกับคณะกรรมการป่าชุมชน เพื่อให้เยาวชนเป็นแกนนำที่เข้มแข็งในการดูแลรักษาป่าต่อไปในอนาคต
  • กิจกรรมการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ : หลักการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนบ้านห้วยไร่บูรพาอยู่ 4 ประการหลักดังนี้
    • ใช้เป็นแหล่งต้นน้ำ
    • ใช้เป็นแหล่งเก็บหาไม้ฟืน ของป่า อาหารป่าและสมุนไพร
    • ใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ศึกษาหาความรู้ และพักผ่อนหย่อนใจ
    • ใช้เป็นทำเลเลี้ยงสัตว์
  • การดำเนินการที่สอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
    • ลดการใช้พลังงานด้วยการใช้เศษไม้จากป่าชุมชนมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในครัวเรือน เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ก๊าซหุงต้มและน้ำมัน
    • ส่งเสริมการใช้วัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายง่ายในภาคครัวเรือน รวมถึงสนับสนุนการแยกขยะ
    • ใช้น้ำหมักชีวภาพในการบำบัดขยะอินทรีย์ เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่าย

รางวัลดีเด่นป่าชุมชนระดับภาคเหนือ

ป่าชุมชนบ้านสามขา

ป่าชุมชนบ้านสามขา ตำบลหัวเสือ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง

  • ความเป็นมา : “ไม่มีป่า...ก็ไม่มีน้ำ” กลายเป็นจุดเริ่มต้นทำให้คนในชุมชนแห่งนี้หันกลับมาอนุรักษ์ผืนป่าของพวกเขาไว้ เพื่อเป็นการรักษาลำห้วยสามขาซึ่งเป็นลำน้ำที่สำคัญในการดำรงชีวิตของคนในชุมชน ทำให้เกิดแนวคิดริเริ่มการทำประปาไม้ไผ่ และพัฒนาจนกลายเป็นประปาภูเขา ที่เป็นต้นแบบในการนำไปใช้อนุรักษ์ทรัพยากรป่า
  • สภาพพื้นที่ป่า : เป็นที่ราบเชิงเขา สภาพผืนป่าเป็นป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าสนเขา และป่าดิบแล้ง มีความหลากหลายในพันธุ์พืชและสัตว์ป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นแหล่งอาศัยของนกนานาพันธุ์ ทำให้มีการพัฒนาขึ้นเป็นแหล่งศึกษาพันธุ์นก
  • การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน :
    • โซนที่ 1 พื้นที่ป่าอนุรักษ์ : ห้ามตัดไม้ทำลายป่าโดยเด็ดขาด แม้แต่ไม้ที่ตายแล้วก็ห้ามมีการกระทำใดๆ ทั้งสิ้น
    • โซนที่ 2 พื้นที่ป่าใช้สอย : อนุญาตให้นำไม้มาสร้างบ้านได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องแจ้งต่อคณะกรรมการหมู่บ้านให้รับทราบล่วงหน้า
    • โซนที่ 3 พื้นที่ป่าหัวไร่ปลายนา : อนุญาตให้ตัดไม้มาทำรั้วและฝาย แต่ห้ามนำไม้ทุกชนิดไปขายนอกหมู่บ้าน ยกเว้นไม้ในเขตแดนลำห้วยต้นตาล สามารถนำมาแกะสลักหรือทำประโยชน์อย่างอื่นได้
  • การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง : จากกฏระเบียบที่เคร่งครัดในการกำหนดเขตพื้นที่การใช้ประโยชน์จากป่าชุมชน ทำให้ป่าชุมชนบ้านสามขาอนุรักษ์ทรัพยากรในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การห้ามซื้อขายผลผลิตจากป่าทุกชนิด หรือการห้ามจับสัตว์น้ำในพื้นที่เขตอนุรักษ์หรือเขตป่าต้นน้ำ นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งกองทุนขึ้นเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่า จำนวน 4 กองทุน คือ กองทุนฝาย กองทุนไฟป่า กองทุนสวัสดิการคนทำงานให้ป่า และกองทุนพัฒนาศักยภาพแกนนำ
  • การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนสอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง :การจัดการน้ำประปาที่มีประสิทธิภาพและค่าใช้จ่ายต่อเดือนเพียงแค่ครัวเรือนละ 5 บาท พร้อมทั้งยังวางแผนดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก จำนวน 2 โรง เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนและเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในชุมชน อีกทั้งยังเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

รางวัลดีเด่นป่าชุมชนระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ป่าชุมชนอาลอ-โดนแบน

ป่าชุมชนอาลอ-โดนแบน ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

  • ความเป็นมา : มีการลักลอบตัดไม้ จนป่าสื่อมโทรม ผู้นำชุมชน จึงตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ และริเริ่มฟื้นฟูป่าจึงได้มีการประชุมวางแนวทางและรณรงค์ทำความเข้าใจให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่าให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือด้วยดีจากชาวบ้าน
  • สภาพพื้นที่ป่า : ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าท่าสว่าง-เพี้ยราม” มีการผสมผสานของป่าทาม คือ มีน้ำท่วมถึง เนื่องจากอยู่ในเขตที่ราบลุ่มของลำน้ำชี ลักษณะเป็นป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ ที่มีความสมบูรณ์
  • การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน : มีการรวมตัวกันจัดตั้งคณะกรรมการจากหลายหมู่บ้านที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษา และฝึกอบรมเยาวชน รวมทั้งจัดหลักสูตรการเรียนรู้เกี่ยวกับป่าชุมชนกับโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อวางรากฐานการบริหารจัดการป่าชุมชนให้กับคนในชุมชนรุ่นต่อไป
  • การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง : เริ่มจากการสร้างจิตสำนึกของคนในชุมชน รวมทั้งการสร้างกฎกติกา ซึ่งคนในชุมชน ชุมชนใกล้เคียงหรือคนที่เข้ามาใช้ประโยชน์จากป่าจะต้องยึดถือ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีการตักเตือนไปจนถึงการลงโทษ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติของป่าชุมชนที่คณะกรรมการและคนในชุมชนร่วมกันตั้งขึ้นมา
  • การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนสอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : สร้างจิตสำนึกร่วมกันของคนในชุมชน ชุมชนใกล้เคียงรวมทั้งผู้มาใช้ประโยชน์ ซึ่งการเข้ามาใช้ประโยชน์ในป่าก็เพียงเพื่อการดำรงชีพลดรายจ่ายในครัวเรือน ส่วนที่เหลือจึงจะมีการแย่งปัน หรือซื้อขายแลกเปลี่ยน และวิถีชีวิตของคนในชุมชนโดยส่วนใหญ่จะดำรงอยู่ในลักษณะการเกื้อกูลซึ่งกันและกันระหว่างคนกับป่า ในลักษณะ "ป่าอยู่ได้คนอยู่ได้"

รางวัลดีเด่นป่าชุมชนระดับภาคกลาง

ป่าชุมชนบ้านโนนหินผึ้ง

ป่าชุมชนบ้านโนนหินผึ้ง ตำบลดงบัง อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี

  • ความเป็นมา : ป่าชุมชนแห่งนี้เคยถูกคนบางกลุ่มเข้ามาตัดไม้ใหญ่ไปขาย เผาป่าล่าสัตว์ จนป่าหมดความสมดุล สัตว์ป่าและของป่าเริ่มลดลง แต่ในที่สุดคนในชุมชนก็ร่วมมือกันพลิกฟื้นผืนป่าอีกครั้ง
  • สภาพพื้นที่ป่า : มีพรรณไม้หลากหลายชนิด เช่น ประดู่ แดง พยุง พะยอม มะค่า ฯลฯ และอุดมไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด จากการสำรวจของกรมป่าไม้ พบว่าป่าชุมชนแห่งนี้มีพันธุ์ไม้กว่า 500 ชนิด
  • การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน : ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี และโครงการองค์การไจก้า ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ป่าชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมสมุนไพรที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกอีกด้วย
  • การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง :
    • มาตรการระยะสั้น - จัดชุดลาดตระเวนตรวจป่า โดยหากพบเห็นเบาะแสผู้กระทำผิดให้แจ้งต่อคณะกรรมการป่าชุมชนทราบทันที
    • มาตรการระยะกลาง – ปลูกต้นไม้รอบแนวเขตป่าชุมชน, จัดค่ายเยาวชนพักค้างแรมในป่า เพื่อปลูกจิตสำนึกรักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้แก่เยาวชน, ขุดคันล้อมรอบป่า
    • มาตรการระยะยาว – จัดให้มีการปฏิบัติธรรมในป่าโดยนิมนต์พระสงฆ์และฆราวาสมาเข้าปริวาสกรรมอยู่เสมอ, จัดพิธีบวชป่า, กำหนดทางเข้า-ออกป่าอย่างชัดเจน และมีกำหนดเวลาเข้า-ออกป่าชุมชนอย่างชัดเจน
  • การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนสอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : จัดตั้งโครงการจัดผืนป่าบ้านโนนหินผึ้ง เชิงระบบนิเวศ เพื่อเป็นการวางแผนการใช้ประโยชน์จากผืนป่าอย่างยั่งยืน โดยได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ป่าทั้งหมดและจัดทำแผนที่ป่าชุมชนขึ้น ซึ่งหลังจากการสำรวจความหลากหลายของพันธุ์พืช ได้นำข้อมูลที่ได้มาสรุปวิเคราะห์กันในเวทีชาวบ้านแล้วมีการจำแนกเขต หรือ Zoning เพื่อร่างแนวทางและกฏระเบียบการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าร่วมกันอย่างยั่งยืนในหลายมิติ

รางวัลดีเด่นป่าชุมชนระดับภาคใต้

ป่าชุมชนบ้านทุ่งสูง

ป่าชุมชนบ้านทุ่งสูง ตำบลเขาใหญ่ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่

  • ความเป็นมา : ผลมาจากความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มคนเล็กๆที่ต้องการรักษาป่าชุมชนผืนนี้ไว้ให้เป็นมรดกของลูกหลาน ทำให้ยังมีผืนป่ามากด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติ ทั้งพืชสมุนไพร และไม้ใหญ่เป็นแหล่งน้ำของชุมชน และเป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาทางธรรมชาติ ซึ่งบอกถึงความสัมพันธ์ของชุมชนกับป่าได้เป็นอย่างดี
  • สภาพพื้นที่ป่า : ป่าเต็มไปด้วยไม้ใหญ่ขนาด 1 คนโอบขึ้นไป และพืชสมุนไพรมากกว่า 150 ชนิด รวมถึงสัตว์หายากอย่าง กบหลังเฉียง ก็สามารถหาดูได้ที่ป่าแห่งนี้
  • การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน : คณะกรรมการป่าชุมชนทุ่งสูงได้กำหนดกฎกติการการใช้ป่าชุมชนทุ่งสูงไว้อย่างชัดเจน และดำเนินการตามกฎอย่างตรงไปตรงมา เพื่อควบคุมการใช้ประโยชน์จากป่าไม่ให้เกิดการทำลายป่า
  • การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง : นอกจากการปลูกป่าในวันสำคัญต่าง ๆ และวันสำคัญทางศาสนา ยังการสร้างฝายชะลอน้ำและการขุดสระเก็บน้ำ ถือเป็นการช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผืนป่าอีกทางหนึ่ง ซึ่งจะเป็นแหล่งอาหารให้แก่สัตว์น้อยใหญ่อีกด้วย
  • การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนสอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : เน้นการปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก จัดทำเส้นทางการศึกษาเชิงนิเวศของป่าชุมชนทุ่งสูง มีระยะทาง 3 กิโลเมตร ประกอบด้วย จุดศึกษาธรรมชาติ จุดศึกษาระบบนิเวศ จุดศึกษาสัตว์ป่าหายาก จุดดูนก และจุดศึกษาสมุนไพรธรรมชาติ

รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนบ้านทาป่าเปา

ป่าชุมชนบ้านทาป่าเปา หมู่ 6 ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 13,000 ไร่
  • ความเป็นมา : พ.ศ. 2537 ป่าต้นน้ำถูกทำลาย แห้งแล้งวิกฤติ ชาวบ้านจึงรวมตัวกันสร้างกฎระเบียบการใช้ทรัพยากรจากป่าและฟื้นฟูสภาพป่า ปัจจุบันป่าฟื้นคืนความสมบูรณ์พร้อมความความเข้มแข็งสามัคคีของคนในชุมชน
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : สร้างกิจกรรมในด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพระราชดำริ
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า :พบพืชสมุนไพรกว่า 500 ชนิด ยังเป็นแหล่งความรู้ให้กับเยาวชนและนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาเข้ามาศึกษาวิจัยด้านสมุนไพร ผลของป่าไม้ที่สมบูรณ์ยังทำให้เกิดแหล่งน้ำเพียงพอที่จะทำประปาภูเขา ส่งน้ำหล่อเลี้ยงชุมชน
  • ความเข้มแข็งของชุมชน :กิจกรรมการอนุรักษ์ป่าชุมชนมีความหลากหลาย เช่น การสร้างฝาย การปลูกป่าเสริม การสำรวจพันธุ์ไม้ และสมุนไพรเพื่อขยายพันธุ์ และนำมาใช้ประโยชน์
  • การดำเนินการที่สอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : กลุ่มแปรรูปสมุนไพร เพาะกล้าไม้ ปลูกผักปลอดสารพิษ กลุ่มอนุรักษ์ดิน กลุ่มบัญชีครัวเรือน กลุ่มเลี้ยงปลา ผลิตน้ำส้มควันไม้ เป็นต้น กิจกรรมเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่สร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืนให้เกษตรกร ลดการพึ่งพิงทรัพยากรจากป่า

รางวัลดีเยี่ยมป่าชุมชนด้านป่าชุมชนแหล่งอาหารสมบูรณ์

ป่าชุมชนดอนเจ้าปู่

ป่าชุมชนดอนเจ้าปู่ หมู่ 3 ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

  • ความเป็นมา : ป่าชุมชนดอนเจ้าปู่ มีมาพร้อมกับการจัดตั้งหมู่บ้าน โดยอาศัยภูมิปัญญาของบรรพชนที่มองเห็นการใช้ประโยชน์จากป่าเป็นความสำคัญของการดำรงชีวิต พร้อมกับมีศาลปู่ตาเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : ใช้ประโยชน์จากป่าไปควบคู่กับการอนุรักษ์ เช่น การเพิ่มพื้นที่ป่า ด้วยการมีมติให้ระดมทุนที่ได้จากเงินรางวัลในการประกวดต่างๆ และรายได้ที่ชุมชนได้จากการขายไม้ฟืนนำมาซื้อพื้นที่ป่าเพิ่มอีก 5 ไร่ รวมทั้งการสร้างแปลงเพาะพันธุ์สมุนไพรท้องถิ่น เพื่อขยายพันธุ์ให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต และกิจกรรมป้องกันไฟป่า
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า :“ป่าชุมชนที่กินได้ทุกตารางนิ้ว” คือนิยามของป่าชุมชนดอนเจ้าปู่ มีขนาดพื้นที่ประมาณ 160 ไร่ พบพันธุ์ไม้จำนวนกว่า 360 ชนิด ซึ่งร้อยละ 80 เป็นพันธุ์ไม้ผล พืชอาหาร และสมุนไพร ที่ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ด้านการเป็นแหล่งอาหารและยารักษาโรค
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : เชื่อมโยงกลุ่มต่างๆ ในชุมชน ได้แก่ เครือข่ายป่าชุมชนระดับตำบล อำเภอและจังหวัด กลุ่มยุวเกษตรของ ร.ร.บ้านทรายมูล กลุ่มเยาวชนรักษ์ป่า กลุ่มพัฒนาอาชีพสตรี หมอดินอาสา (กลุ่มเกษตรอินทรีย์) กลุ่มสมุนไพร นวดแผนไทยของ อสม.

รางวัลดีเด่นป่าชุมชนระดับภาคเหนือ

ป่าชุมชนดอนเจ้าปู่

ป่าชุมชนบ้านวังตามน หมู่ที่ 6 ตำบลนาขุนไกร อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย

  • ความเป็นมา :เคยประสบปัญหาการลักลอบตัดไม้ นำมาสู่การรวมกลุ่มอนุรักษ์และดูแลตามแนวทางป่าชุมชน
  • สภาพพื้นที่ป่า : อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรหลักคือต้นไผ่ ที่จะเป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้กับสมาชิกในชุมชน
  • การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน : จัดประชุมคณะกรรมการป่าชุมชนทุกวันที่ 12 ของเดือน ทำให้สมาชิกเข้าใจสิทธิ์ของตนเองในการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชน และกฎระเบียบที่ชัดเจน
  • การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง : ลำไม้ไผ่ลวกเป็นพืชสำคัญของชุมชน ชุมชนวังตามนมีรายได้เสริมจากการทำไม้กวาดดอกหญ้าโดยเสียเงินเข้ากองทุนป่าชุมชน 200 บาท เพื่อจัดสรรเป็นกองทุนดูแลป่าต่อไป
  • การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนสอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : การใช้ลำไผ่ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง “ลำพี่เลี้ยงลำน้อง” ทำให้ไผ่มีเพียงพอสำหรับทุกคนและยังมีเหลือให้ขยายพันธุ์ต่อไปถึงวันข้างหน้า

รางวัลดีเด่นป่าชุมชนระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ป่าชุมชนดอนเจ้าปู่

ป่าชุมชนวังคก-เขาซ่าเลือด หมู่ที่ 5, 17, 19 และ 21 ตำบลห้วยยายจิ๋ว และหมู่ที่ 10 ตำบลวะตะแบก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ

  • ความเป็นมา : เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงผู้คนในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ การอนุรักษ์ได้เริ่มขึ้นในปีพ.ศ.2512 ที่ชุมชนมีแนวคิดร่วมกันสงวนพื้นที่ป่าแห่งนี้ไว้เป็น “ทำเลเลี้ยงสัตว์” และตั้งชื่อว่า “ป่าชุมชนวังคก – เขาซ่าเลือด” ซึ่งมีที่มาจากพืชที่พบมากมีชื่อว่า “ผักซ่าเลือด” หรือผักกาดย่า
  • สภาพพื้นที่ป่า :
    • เป็นที่ราบสลับเนินเขา อยู่ติดกับเขตวนอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ
    • สภาพป่าชุมชน มีความหลากหลายถึง 3 แบบ ได้แก่ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดิบแล้งบางส่วน
  • การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน : มี 6 หมู่บ้านรอบพื้นที่ป่าชุมชน ร่วมดูแลรักษาป่า ได้แก่ บ้านโคกรัง, บ้านยางเตี้ย, บ้านคลองสระแก้ว ตำบลห้วยยายจิ๋ว, บ้านหนองหิน ตำบลวะตะแบก, บ้านโนนสง่า และบ้านโนนสน ตำบลห้วยยายจิ๋ว อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
  • การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง : การมีผู้นำในการอนุรักษ์ป่าที่เข้มแข็ง ทำให้ปัจจุบันมีกลุ่มต่างๆ เกิดขึ้นในชุมชนเพื่อร่วมกันอนุรักษ์ป่าชุมชนวังคก –เขาซ่าเลือด เช่น กลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ป่า กลุ่มลาดตระเวนป้องกันไฟป่า กลุ่มแม่บ้านดอกไม้ประดิษฐ์ กลุ่มแม่บ้านนวดประคบ กลุ่มสมุนไพร กลุ่มเยาวชนมักคุเทศน์น้อย เป็นต้น ความสำเร็จในการจัดการป่าชุมชนจนได้ผลดีทำให้เกิดเป็นความร่วมมือระหว่างเครือข่ายป่าชุมชนใกล้เคียงตามมาอีกมาก
  • การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนสอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง :ความร่วมมือของชุมชนในการใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ป่าชุมชนไปพร้อมกัน โดยไม่เกินกำลังของป่า โดยคณะกรรมการป่าชุมชนร่วมกับคนในชุมชนมีตั้งกฎกติกาในการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างชัดเจน

รางวัลดีเด่นป่าชุมชนระดับภาคกลางและตะวันออก

ป่าชุมชนดอนเจ้าปู่

ป่าชุมชนบ้านยางโทน หมู่ที่ 3 ตำบลศรีมงคล อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

  • ความเป็นมา : ในอดีตเคยถูกบุกรุกทำลายป่าเพื่อยึดครองพื้นที่เป็นที่ทำกิน ทำให้สภาพป่าเปลี่ยนแปลงไป ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ในปี พ.ศ. 2542 จึงเกิดการอนุรักษ์อย่างจริงจัง ผลของการอนุรักษ์เริ่มชัดเจน สภาพป่าเริ่มอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นเครื่องยืนยันให้ชาวบ้านเชื่อมั่นและหันมารักษาป่าชุมชนบ้านยางโทน
  • สภาพพื้นที่ป่า : ป่าชุมชนบ้านยางโทนมีสภาพป่าที่หลากหลาย ได้แก่ ป่าแดงหรือป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าไผ่ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ไม้สัก ประดู่ แดง เต็ง รัง งิ้วป่า ไม้ไผ่ เป็นต้น
  • การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน : มีการรวมกลุ่มกันเพื่อเป็นแนวร่วมในการอนุรักษ์ป่าชุมชนบ้านยางโทน เช่น กลุ่มอนุรักษ์พิทักษ์ป่าชุมชนบ้านยางโทน พร้อมความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ ตลอดจนชุมชนใกล้เคียงร่วมกันทำกิจกรรมอนุรักษ์ป่าชุมชน และสอดส่องดูแล
  • การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง : คณะกรรมการป่าชุมชนอนุญาตให้มีการเก็บหาของป่า เช่น หน่อไม้ ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดและไม่เกินกำลังของป่า ในกรณีที่ต้องการใช้ประโยชน์จากไม้ในป่าชุมชน เช่น การตัดไม้ไผ่จะต้องมีการขออนุญาตและแจ้งให้คณะกรรมการป่าชุมชนทราบโดยใช้ได้ครั้งละไม่เกินที่กำหนด
  • การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนสอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นเพื่ออนุรักษ์ป่าชุมชน เช่น การปลูกป่าเสริม การเพาะพันธุ์สมุนไพร การลาดตระเวนป่า กิจกรรมต่างๆ ในขณะเดียวกันก็เป็นการปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับเยาวชนรุ่นต่อรุ่นให้รู้จักใช้ รู้จักดูแลทรัพยากรอย่างไม่เกินกำลังของป่า

รางวัลดีเด่นป่าชุมชนระดับภาคใต้

ป่าชุมชนดอนเจ้าปู่

ป่าชุมชนบ้านสระแก้ว หมู่ที่ 8 ตำบลไทรทอง อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

  • ความเป็นมา : ในปี พ.ศ. 2525 ชาวบ้านได้รวมตัวกันต่อต้านนายทุนที่บุกรุกเข้าทำสัมปทานป่าไม้ในเขตป่าชุมชน โดยมีพระภิกษุถาวร กรดนวล ผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน และคณะกรรมการป่าชุมชนอื่นๆ ร่วมกันเป็นแกนนำคัดค้านจนเป็นผลสำเร็จ
  • สภาพพื้นที่ป่า : เป็นป่าดิบชื้น พันธุ์ไม้เด่นที่พบ คือ ยางเสี้ยน ยางนา กระบาก และเคี่ยม เป็นต้น พันธุ์ไม้รองที่พบคือ เสี้ยน นวล เปล้า เต่าร้าง และเสม็ดแดง พันธุ์ไม้ล่าง คือ พันธุ์ไม้วงศ์ขิง-ข่า และวงศ์บุก – บอน เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีพันธุ์อาหาร ได้แก่ ส้มทะลุงพี, ระกำ, สะตอ, ใบยอ, ผาหงษ์ ซึ่งชุมชนได้พึ่งพิงอาหารจากป่าเป็นการลดรายจ่ายในครัวเรือน
  • การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน : คณะกรรมการป่าชุมชนได้รับความร่วมมือจากกลุ่มต่าง ๆ ทั้งกลุ่มเยาวชนอาสาสมัครพิทักษ์ป่า กลุ่มสตรี กลุ่มปรับปรุงคุณภาพยางแผ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ซึ่งทั้งหมดมีพระพุทธศาสนาเป็นศูนย์รวมจิตใจในการทำกิจกรรมต่างๆ จึงทำให้คนในชุมชนมีความรู้สึกหวงแหนป่าที่เป็นสมบัติของชุมชนร่วมกัน
  • การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง : ความชุ่มชื้นจากผืนป่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ได้ผลผลิตจากยางมากขึ้น และยังเป็นต้นทางของแหล่งน้ำให้ชุมชน เมื่อชุมชนเห็นผลดีร่วมกันจึงเป็นแรงกระตุ้นให้ชุมชนหวงแหนป่าชุมชนมากขึ้น
  • การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนสอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : กิจกรรมอนุรักษ์ป่าชุมชน เช่น การปลูกป่าเสริม การเพาะพันธุ์สมุนไพร การลาดตระเวนป่า เพื่อฟื้นฟูป่าชุมชนแล้ว ยังใช้กิจกรรมดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งของคนในชุมชนไปพร้อมกัน

รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ป่าชุมชนเขาวง

ป่าชุมชนเขาวง หมู่ที่ 4 บ้านโนนม่วง หมู่ที่ 8 บ้านวังน้ำเขียว หมู่ที่ 10 บ้านวังอุดม หมู่ที่ 13 และบ้านโป่งนคร หมู่ที่ 17 ตำบลวังตะเฆ่ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ

  • พื้นที่ป่าชุมชน : 6,250 ไร่
  • จดทะเบียนจัดตั้งปี : 2540
  • ความเป็นมา : พ.ศ. 2540 ราษฎรจากพื้นที่อื่นเข้ามาจับจองพื้นที่ป่า ชาวบ้านในพื้นที่จึงรวมตัวทำการสำรวจแนวเขตทำเลเลี้ยงสัตว์เขาวง เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นที่สาธารณประโยชน์ส่วนรวม และช่วยกันป้องกันการบุกรุกป่า
  • แนวคิดการพัฒนาป่าชุมชน : น้อมนำแนวคิดการปลูกป่าด้วยแนวคิด ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ได้แก่ การปลูกไม้ใช้สอย ไม้ผล และไม้ฟืน รวมถึงการปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก
  • ความอุดมสมบูรณ์ของป่า : จัดตั้งลานระเบียงป่า ร้านค้าชุมชน นำผลผลิตจากป่ามาจำหน่ายในชุมชน เช่น เห็ด หน่อไม้ ดอกกระเจียว อีลอก ผักหวาน ไข่มดแดง อึ่ง เขียด
  • ความเข้มแข็งของชุมชน : จัดทำแผนการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ แผนการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ แผนการมีส่วนร่วมของชุมชน
  • การใช้ประโยชน์จากป่า : แหล่งอาหารและสมุนไพรของคนและสัตว์ และเป็นแหล่งวัตถุดิบเพื่อการหัตถกรรม เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นป่าเต็งรัง มีไม้ไผ่ขึ้นประปราย

รางวัลป่าชุมชนดีเด่นระดับภาค - ภาคเหนือ

ป่าชุมชนบ้านแม่หาร

ป่าชุมชนบ้านแม่หาร หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านกาศ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

  • ความเป็นมา : เดิมประสบปัญหาการเป็นพื้นที่ทำสัมปทานป่าไม้ ชาวบ้านรวมตัวกันจัดตั้งคณะกรรมการป่าชุมชนออกกฎระเบียบในการปกป้องรักษาดูแลพื้นที่ป่ามิให้ถูกบุกรุกทำลาย นอกจากนี้ ยังได้เลิกวิถีการทำเกษตรแบบไร่เลื่อนลอยมาทำกินอยู่กับที่พร้อมปลูกไม้ใช้สอยเพื่อรักษาผืนป่าอันเป็นป่าต้นน้ำลำธารให้สมบูรณ์ต่อไป
  • สภาพพื้นที่ป่า : เป็นป่าเบญจพรรณ และเป็นแหล่งต้นน้ำสำหรับน้ำกินน้ำใช้ของหลายหมู่บ้าน
  • การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน : การจัดการป่าอย่างเป็นระบบโดยที่ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ คือ กรมป่าไม้ และฝ่ายปกครอง โรงเรียน วัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
  • การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง: การรณรงค์ให้เลิกทำไร่หมุนเวียนบนเขาสูง เหลือเพียงทำการเกษตรบริเวณที่ต่ำลงมาใกล้ลำห้วย เป็นแปลงเฉพาะไม่หมุนเวียน และอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ
  • การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนสอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : การดำเนินชีวิตของคนในชุมชน เป็นไปในลักษณะของการหาเลี้ยงชีพสำหรับ กิน-ใช้ในครอบครัว โดยไม่มุ่งเน้นการสร้างผลผลิตจำนวนมากเพื่อจำหน่ายเชิงธุรกิจ

รางวัลป่าชุมชนดีเด่นระดับภาค - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ป่าชุมชนบ้านแม่หาร

ป่าชุมชนโนนใหญ่ ตำบลเสียวและตำบลอีเซ อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ

  • ความเป็นมา : มีนายทุนเข้ามาตัดไม้และส่งเสริมการเผาถ่าน คนในชุมชนจึงผนึกกำลังรักษาป่าและป้องกันการถูกบุกรุกจากคนภายนอก
  • สภาพพื้นที่ป่า :เป็นป่าผสมประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าบุ่งป่าทาม ซึ่งมีความสมบูรณ์ทั้งความหลากหลายของชนิดไม้ และความหนาแน่นของต้นพืช
  • การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน : การดำเนินการจัดการด้านป่าชุมชนเป็นการผนึกกำลังของเครือข่ายชุมชน 12 หมู่บ้าน
  • การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง:
    • กิจกรรมการอนุรักษ์จากการเรียนรู้ เช่น การปลูกต้นไม้เสริมป่า การนำพันธุ์ไม้ท้องถิ่นมาปลูกเสริม
    • กิจกรรมที่เกิดจากภูมิปัญญา ได้แก่ การเซ่นไหว้ศาลปู่ตาประจำปี การนำผ้าสี หรือธูปเทียนไปเซ่นไหว้ต้นไม้ใหญ่
  • การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนสอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : ชุมชนมีการดำเนินกิจกรรมพัฒนาบริเวณรอบที่อยู่อาศัยภายในหมู่บ้านเป็นสถานที่ปลูกพันธุ์ไม้ป่ากินได้เพื่อใช้ในการบริโภคภายในครัวเรือน

รางวัลป่าชุมชนดีเด่นระดับภาค - ภาคกลาง

ป่าชุมชนบ้านแม่หาร

ป่าชุมชนบ้านพุยาง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี

  • ความเป็นมา : เคยถูกบุกรุกเพื่อทำการเกษตรและหาของป่าจนกระทั่งสภาพป่าเสื่อมโทรม ชุมชนบ้านพุยางจึงรวมความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งพระสงฆ์ เยาวชน แม่บ้าน ดำเนินงานด้านป่าชุมชน
  • สภาพพื้นที่ป่า : เป็นป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ พืชอาหารที่พบ เช่น เห็ดโคน หน่อไม้ ผักหวาน เป็นต้น
  • การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน : สร้างกิจกรรมให้เยาวชนได้เข้ามาเป็นแนวร่วมกสนอนุรักษ์ป่าไม้เช่น กลุ่มต้นกล้าตะนาวศรี และมีพระสงฆ์ร่วมเป็นแกนนำในการดูแลป่า
  • การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง:จุดเริ่มต้นจากโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ ปีที่ 50 ในปี พ.ศ. 2537 ด้วยการบวชป่า และพระสงฆ์ร่วมเป็นแกนนำในการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า
  • การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนสอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : สร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพิ่มการพึ่งพิงตนเอง และลดปัจจัยการบริโภคภายนอก โดยการลดการใช้สารเคมีในการปลูกพืช ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การใช้ปุ๋ยชีวภาพการใช้สมุนไพรกำจัดศัตรูพืช

รางวัลป่าชุมชนดีเด่นระดับภาค - ภาคใต้

ป่าชุมชนบ้านแม่หาร

ป่าชุมชนบ้านถ้ำผึ้ง อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

  • ความเป็นมา : เคยมีการสัมปทานทำไม้มาก่อน ราษฎรได้มีการต่อสู้เพื่ออนุรักษ์ผืนป่าตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2523 จนกระทั่งมีการปิดสัมปทานเมื่อปี พ.ศ.2532 ราษฎรได้ร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าที่เหลืออยู่ให้มีสภาพอุดมสมบูรณ์
  • สภาพพื้นที่ป่า :เป็นป่าดิบชื้นและเป็นป่าต้นน้ำที่เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำตาปี
  • การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน :
    • ส่งเสริมให้สมาชิกในชุมชนปลูกต้นไม้ยืนต้นในพื้นที่ของตนเอง
    • สนับสนุนกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ในหมู่บ้าน มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
    • กิจกรรมป้องกันรักษาป่า เช่น การลาดตระเวนป้องกันรักษาป่า
  • การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง
    • จัดตั้งกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อรักษาป่าให้ยั่งยืน
    • กิจกรรมปลูกป่าเสริมธรรมชาติในพื้นที่ป่าชุมชน เพื่อให้ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของป่าต้นน้ำลำธารมากยิ่งขึ้น
  • การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนสอดคล้องกับแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : รักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในชุมชนและนำมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า โดยไม่ทำลายธรรมชาติ

ผลการดำเนินกิจกรรม

  • ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการฯ ในปี 2551 จนถึงปัจจุบันมีป่าชุมชนที่ได้รับรางวัลจากโครงการฯ 1,828 ป่า คิดเป็นพื้นที่ 1,605,871.44 ไร่ และกักเก็บ CO2 รวม 3,211,742.88 TonCO2 / ปี
  • ปี 2563 ป่าชุมชนบ้านปง  หมู่ที่ 3 ต.ต้าผามอก อ.ลอง จ.แพร่ ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และป่าชุมชนบ้านกุดหมากไฟ หมู่ที่ 6 ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทดีเด่นด้าน “ป่าชุมชน รักษ์น้ำ รักษ์ป่า พัฒนาชีวิต”

ประมวลภาพกิจกรรม